ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

นักท่องเที่ยวตื่นตา ฝูงวาฬเพชรฆาตดำกว่า 30 ตัวว่ายเล่นน้ำ ที่เกาะไข่

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 01 เม.ย. 60 เวลา 12:49:01 น.

จำนวนผู้ชม : 449

นักท่องเที่ยวตื่นตา ฝูงวาฬเพชรฆาตดำกว่า 30 ตัวว่ายเล่นน้ำ ที่เกาะไข่

นักท่องเที่ยวชาวไทยต่างชาติตื่นตา พบฝูงวาฬเพชรฆาตดำ บริเวณเกาะไข่ จำนวน 30-40 ตัว ขึ้นมาว่ายเล่นใกล้ ๆ กับเรือหางยาว ทำให้นักท่องเที่ยว ได้ร่วมเก็บภาพความประทับใจ ด้านนักวิชาการแนะนักท่องเที่ยวเมื่อพบวาฬหรือโลมา ไม่ควรให้อาหารแก่สัตว์ในธรรมชาติโดยเด็ดขาด ไม่จับ-สัมผัส สัตว์ป่า ท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์เพื่อความยั่งยืน 

(1 เม.ย.)นายณัฐพงษ์ จันทร์อินทร์ ผู้จัดการเรือนำเที่ยวคุระกรีนวิว ทัวร์ เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า หลังจากที่มีการพบเห็น วาฬเพชฌฆาตดำ หลายสิบตัว ของนักท่องเที่ยวขณะเดินทางไปชมความงามใต้ท้องทะเล อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ และวิถีชีวิตของชาวมอแกน ทำให้มีกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจองทัวร์เพื่อเดินทางไปเที่ยวที่หมู่เกาะสุรินทร์ ในวันเสาร์ อาทิตย์ นี้ เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และพบว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะนำกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ ของ The moken Eco village เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา ขึ้นเรือหางยาว เดินทางไปชมความงามใต้ท้องทะเล บริเวณเกาะไข่ อ.คุระบุรี จ.พังงา ซึ่งเป็นทางผ่านของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยังหมู่เกาะสุรินทร์ ก็ได้พบกับฝูงโลมา หรือ วาฬ จำนวน 30-40 ตัว ขึ้นมาว่ายเล่นใกล้ ๆ กับเรือหางยาว ทำให้นักท่องเที่ยว ได้ร่วมเก็บภาพความประทับใจในระยะหนึ่ง ก่อนจะดำน้ำหายไป

ด้าน ดร.ก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ หน.กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน แหลมพันวา ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า จากลักษณะพบว่าวาฬดังกล่าวเป็นวาฬเพชฌฆาตดำ(False killer whale)ซึ่งเป็นฝูงเดียวกับที่เจอ บริเวณหมู่เกาะสิมิลัน และหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา โดยขณะนี้ เจ้าหน้าที่ได้มีการติดตามการอพยพย้ายถิ่นของวาฬฝูงดังกล่าว ตั้งแต่ตอนใต้ของหมู่เกาะสิมิลัน ขึ้นเหนือมายังหมู่เกาะสุรินทร์ และ บริเวณเกาะไข่ จ.พังงา ในวันนี้ ซึ่งคาดว่า วาฬฝูงดังกล่าวจะย้ายถิ่นขึ้นไปเรื่อย ๆ สู่จังหวัดระนอง หรืออาจถึงประเทศเมียนมา ก่อนจะวนกลับลงมาทางใต้อีกครั้ง พร้อมแนะนักท่องเที่ยวเมื่อพบ วาฬ หรือ โลมา ว่าไม่ควรให้อาหารแก่สัตว์ในธรรมชาติโดยเด็ดขาด ไม่จับ-สัมผัส สัตว์ป่า ท่องเที่ยวแบบอนุรักษ์เพื่อความยั่งยืน

โดยมีข้อควรปฏิบัติในการชมวาฬ หรือ โลมา คือ ควรเดินเรือช้า ๆ ความเร็วไม่เกิน 4 น๊อต ในรัศมี 50-150 เมตรจาก วาฬหรือ โลมา เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ พร้อมทั้งเดินเรือเข้าทางด้านข้างของตัววาฬ หรือ โลมาเท่านั้น ไม่เดินเรือตัดหน้าหรือตามหลัง วาฬ หรือ โลมา เพราะจะทำให้โลมาได้รับอันตรายและตกใจกลัว

"ไม่ให้อาหารสัตว์ในธรรมชาติ"เนื่องจาก ทำให้สัตว์มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและนิเวศวิทยาของสัตว์ป่า สร้างพฤติกรรมเรียนรู้ผิด ๆ ให้กับสัตว์ซึ่งนำไปสู่อุบัติเหตุจนเกิดการบาดเจ็บ หรืออาหารที่ให้อาจมีการปนเปื้อนทำให้สัตว์เกิดความเจ็บป่วยทรมานจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของนักท่องเที่ยว ไม่ควร จับ-สัมผัส หรือลงเล่นน้ำกับ วาฬ หรือ โลมา ในธรรมชาติ เพราะอาจเกิดอันตรายต่อคนหรือสัตว์ จนอาจทำให้บาดเจ็บหรือถึงขั้นเสียชีวิต รวมทั้ง การติดเชื้อโรคที่ติดต่อจากคนสู่สัตว์หรือจากสัตว์สู่คนไม่ทิ้งขยะลงทะเล เพื่อไม่ให้เพิ่มมลพิษทางทะเล เพราะสัตว์ทะเลอาจกินเข้าไปเกิดอันตรายถึงชีวิตได้

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง