ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

แกะรอย..แท็กซี่หื่น ยังหลบหนีกบดาน

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 05 เม.ย. 60 เวลา 12:07:42 น.

จำนวนผู้ชม : 117

กรุณารอสักครู่...

คดีคนขับรถแท็กซี่พยายามข่มขืนสาวชาวเมียนมา แต่ถูกหญิงสาวกัดอวัยวะเพศจนเป็นแผลบาดเจ็บสาหัสหลบหนีไปได้ ต่อมาหญิงสาวเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ห้วยขวาง ให้ติดตามตัว โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเช้าวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา วันนี้ จะเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดไล่ตั้งแต่อู่รถแท็กซี่และหอพักของคนร้าย ซึ่งจับภาพได้ชัดเจนขณะกำลังขนเสื้อผ้าออกจากหอพักเพื่อหลบหนี

ผู้ต้องหาคือนายคมสรรณ์ โตทิม อายุ 35 ปี ชาวจังหวัดเลย ขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนี ยังจับตัวไม่ได้ ที่สำคัญประวัติโชกโชนเคยมีหมายจับของศาลจังหวัดระยอง ข้อหาทำอนาจารคล้ายกับการก่อเหตุในครั้งนี้ หากใครพบเบาะแสนายคมสรรณ์สามารถ แจ้งข้อมูลได้ที่ สน.ห้วยขวาง โทร.02-692-6691

ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ลงพื้นที่ติดตามคดี จุดเกิดเหตุริมถนนเทียมร่วมมิตร (รฟม.ตัดใหม่) เขตห้วยขวาง ซึ่งหญิงสาวชาวเมียนมา บอกว่าได้เรียกรถแท็กซี่จากซอยอุดมเกียรติ ถนนสุทธิสารวินิจฉัย เพื่อไปหาเพื่อนชายย่านพัฒนาการ แต่นายคมสรรณ์ ขับแท็กซี่ไปจอดบริเวณจุดก่อสร้างแห่งหนึ่งบนถนนดังกล่าว จากนั้นพยายามบังคับขืนใจให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย จึงออกอุบายว่าเป็นประจำเดือน นายคมสรรณ์ ยังบังคับให้ใช้ปากเพื่อสำเร็จความใคร่ ผู้เสียหายจึงตัดสินใจกัดอวัยวะเพศจนหวิดขาด กระทั่งมีแท็กซี่พลเมืองดีเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้นายคมสรรณ์ รีบขับรถหลบหนีไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ ยังระบุไม่ได้ว่าจุดเกิดเหตุอยู่บริเวณใด ต้องรอให้ผู้เสียหายอาการดีขึ้นแล้วไปชี้จุดเกิดเหตุอีกครั้ง

หลังเกิดเหตุนายคมสรรณ์ ได้ขับรถแท็กซี่ สีเหลือง หมายเลขทะเบียน ทย-872 กรุงเทพมหานคร เข้าไปจอดภายในอู่แท็กซี่ ซอยสังคมสงเคราะห์ 14  วงจรปิดตัวนี้จับภาพเวลา 07.34 น. โดยผู้ต้องหาเดินลงจากรถ สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเทา กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ แล้วเดินมาเปิดประตูเบาะหลังฝั่งขวา หยิบข้าวของอะไรบางอย่างออกจากรถวางไว้ที่กระโปรงหลังรถ คาดว่าข้าวของเหล่านี้น่าจะเป็นของผู้เสียหาย จากนั้นนายคมสรรณ์ เดินมาที่โต๊ะลักษณะการเดินคล้ายคนมีอาการบาดเจ็บ ก่อนจะเดินกลับไปที่รถอีกครั้ง หยิบของที่วางอยู่บนกระโปรงหลังรถแล้วเดินออกจากอู่แท็กซี่

กล้องวงจรปิดอีกตัวหนึ่งที่จับภาพได้ คือ ที่หน้าร้านทำผ้าใบ ริมถนนสังคมสงเคราะห์ ใกล้กับหอพักของนายคมสรรณ์ โดยหันหน้าออกนอกถนน จับภาพขณะที่ผู้ต้องเดินมาจากอู่แท็กซี่ ถือข้าวของติดไม้ติดมือเดินเข้าไปภายในหอหักเวลา 07.39 น.เพื่อไปเก็บเสื้อผ้า จากนั้น 07.50 น. ผู้ต้องหาเดินออกมาจากมาหอพักพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้า แล้วเดินตรงไปที่ร้านข้าวแกงตรงข้ามหอพักนั่งมอเตอร์ไซค์หลบหนี

ย้อนกลับไปดูกล้องวงจรปิดที่อู่แท็กซี่ พบว่าเวลา 08.07 น. นายคมสรรณ์ ได้นั่งมอเตอร์ไซค์กลับมาที่อู่แท็กซี่อีกครั้ง โดยใส่หมวกเดินลงจาก จยย.ไปเปิดประตูรถแท็กซี่คันที่ขับไปก่อเหตุ เหมือนกลับมาเอาสิ่งของอะไรบางอย่าง  แล้วก็เดินไปขึ้น จยย. ซึ่งจอดรออยู่ออกจากอู่ไป

ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ไปสอบถามเจ้าหน้าที่ของอู่แท็กซี่คนหนึ่ง บอกว่าต้นปี 2559 นายคมสรรณ์ มาทำสัญญาเช่ารถแท็กซี่ที่อู่แห่งนี้ โดยทำได้ 1 อาทิตย์ก็ลาออก ครั้งนี้มาสมัครเป็นพนักงานขับรถเป็นครั้งที่ 2 ทำงานได้ 2 วัน ก็ไปก่อเหตุดังกล่าว สำหรับแท็กซี่คันเกิดเหตุเป็นของนายสถาน เรืองชัยแก้ว ซึ่งได้ส่งซ่อมเมื่อซ่อมเสร็จนายสถาน ไม่สบายจึงมาขับรถไม่ได้ เจ้าหน้าที่คนนี้จึงให้นายคมสรรณ์ ยืมรถไปขับ

ทีมข่าวเดินทางไปที่หอพักของนายคมสรรณ์ โดยนายวิรัช ยุรเกตุ คนดูแลหอพัก พาทีมข่าวขึ้นไปดูห้องที่นายคมสรรณ์ เช่าอาศัยอยู่ เป็นห้องเล็กๆ เช่าเดือนละ 1,000 บาท เสื้อผ้าถูกเก็บออกไปหมดเหลือเพียงหมอน ผ้าสำหรับไว้ปูนอน พัดลมของหอพัก ซึ่งนายคมสรรณ์ มาเช่าอยู่ได้ 17 วัน ตอนมาเช่าบอกว่าได้งานทำอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งก่อนลาออกมาขับแท็กซี่ นายวิรัช เล่าว่านายคมสรรณ์ มักจะออกไปขับรถแท็กซี่กะกลางคืน ช่วงที่มาเก็บเสื้อผ้าออกจากหอพัก ตนเองนอนหลับจึงไม่เจอตัวนายคมสรรณ์ 

ขณะที่แม่ค้าร้านข้าวแกงซึ่งอยู่ตรงข้ามหอพักของผู้ต้องหา บอกกับว่าเช้าวันเกิดเหตุเป็นช่วงที่ฝนเริ่มหยุดตก เพื่อนของตนเห็นนายคมสรรณ์ หอบกระเป๋าเสื้อผ้าพะรุงพะรัง นำแท็บเล็ตมาฝากไว้ให้คนดูแลหอพัก โดยถามว่าจะไปไหน นายคมสรรณ์ ตอบว่าจะกลับบ้านที่จังหวัดพัทลุง

จากนั้นทีมข่าวเดินทางไปที่อพาร์ทเม้นท์ของผู้เสียหาย ติดต่อสอบถามรายละเอียดจากเพื่อนชาวเมียนมาด้วยกัน แต่ที่ทำงานไม่อนุญาตให้พูด หรือให้ข้อมูลใดๆแก่ผู้สื่อข่าว ขณะที่นายประสาร พืชหมอ รปภ.เล่าว่าวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 06.40 น.ผู้เสียหายบอกจะไปหาแฟนหนุ่มย่านพัฒนาการ โดยได้นำข้าวของน่าจะเป็นถุงหมอนและผ้าห่ม วางไว้แล้วเดินออกไปเรียกแท็กซี่หน้าปากซอย ซึ่งผู้เสียหายได้นั่งมาด้วยเพื่อมาขนของขึ้นรถ ตนจำลักษณะรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายได้แม่นยำ หากจับได้ก็ยินดีไปช่วยชี้ตัว

ด้าน พ.ต.อ.อาคม จันทนลาช รองผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 รักษาราชการแทนผู้กำกับการสน.ห้วยขวาง เผยว่าขณะนี้ฝ่ายสืบสวนได้ติดตามไปพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งคาดว่าผู้ต้องหาจะหนีไปกบดานเพื่อกดดันให้ผู้ต้องหาเข้ามอบตัว ทั้งนี้ คนร้ายน่าจะติดตามความเคลื่อนไหวของข่าว ทำให้คนร้ายไหวตัวทันจึงยังไม่สามารถติดตามตัวได้

มีรายงานว่า ชุดสืบสวนตรวจ สอบแผนประทุษกรรมของคนร้ายครั้งนี้ พบมีแผนประทุษกรรมตรงกับคดีอื่นถึง 5-6 คดี ในพื้นที่ละแวกใกล้เคียง ผู้ก่อเหตุล้วนเป็นโชเฟอร์แท็กซี่ และผู้เสียหายทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติ บางรายไม่ได้เข้าแจ้งความ คาดว่าคนร้ายรายนี้ไม่ได้ก่อเหตุเป็นครั้งแรก ต้องเร่งติดตามจับกุมตัวมาให้ผู้เสียหายรายอื่นชี้ตัวยืนยัน

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง