ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

จับจริงวันนี้!!ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย นั่งแคป นั่งกระบะ

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 05 เม.ย. 60 เวลา 12:13:01 น.

จำนวนผู้ชม : 1,422

กรุณารอสักครู่...

วันนี้เป็นวันแรกที่ดีเดย์บังคับใช้มาตรา 44 คาดเข็มขัดนิรภัยรถทุกประเภท ทุกที่นั่ง โดยทีมข่าวเที่ยงวันฯ ได้ร่วมสังเกตุการณ์ที่ด่านตรวจของตำรวจจราจร สน.ท่าเรือ บริเวณถนนแยกรัชดา พระราม 4 (คลองเตย) เพื่อดูการทำงานวันแรก 

บรรยากาศที่ด่านตรวจ ตำรวจจะเดินตรวจตามแยกไฟแดง รวมถึงขึ้นไปสังเกตการณ์บนสะพานลอย พร้อมประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจประชาชนให้รับรู้ข้อมูล บางคนมีความเข้าใจ และพร้อมคาดเข็มขัดตามกฎหมาย แต่ยอมรับว่ารถยนต์สาธารณะยังไม่ปฏิบัติตาม เช่น รถแท็กซี่ คนขับยังไม่ได้ให้แนะนำผู้โดยสารคาดเข็มขัด จึงทำให้ผู้โดยสารบางรายไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่ระบุ อีกทั้งรถโดยสารประเภท 3 ล้อ (ตุ๊กตุ๊ก) ไม่ได้ติดตั้งเข็มขัดนิรภัย

นอกจากนี้ทีมข่าว ยังตระเวนสำรวจตามถนนวิภาวดีรังสิต ตั้งแต่ช่วงเช้า ว่าประชาชนให้ความร่วมมือมากน้อยแค่ไหน พบว่าประชาชนคาดเข็มขัดนิรภัยกันเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะรถแท็กซี่มิเตอร์ ต้องขอชื่นชมเพราะคาดเข็มขัดกันแทบทุกคัน เช่นเดียวกับรถยนต์ส่วนบุคคลที่ผู้ขับขี่ต่างคาดเข็มขัดนิรภัย แต่จะมีผู้ขับขี่บางคน และผู้ที่นั่งโดยสารตอนหลังยังไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 

ทีมข่าวยังได้สำรวจที่วินรถตู้โดยสาร พบว่า รถตู้มีการติดตั้งเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งแล้ว แต่ผู้โดยสารยังไม่ค่อยให้ความร่วมมือคาดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งตาม ม.44 ที่ออกมา หากรถตู้ติดสติ้กเกอร์ หรือกล่าวตักเตือนให้คาดเข็มขัดแล้ว แต่ผู้โดยสารไม่คาดเข็มขัด ผู้โดยสารจะเป็นคนถูกปรับเองซึ่งการปรับจะปรับเป็นรายคน

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่า การปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบผู้คาดเข็มขัดนิรภัยตั้งแต่วันนี้ จะต้องเป็นไปอย่างเข้มงวด รวมถึงตรวจสอบกฎจราจรด้านอื่นๆ ด้วย อาทิ ดื่มแล้วขับและไม่สวมหมวกนิรภัย โดยจะตั้งด่านตรวจทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อลดอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด หากพบผู้ไม่คาดเข็มขัดรถยนต์ส่วนบุคคล และแท็กซี่สาธารณะ โดยผู้โดยสารจะเริ่มปรับขั้นต่ำในอัตราที่นั่งละ 100 บาท 

ส่วน นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบกออกมายืนยันว่า รถกระบะ 4 ประตูและรถปิกอัพ ไม่สามารถขนผู้โดยสารด้วยกระบะหลังได้ ส่วนที่นั่งด้านหลังคนขับหรือแคป ของรถปิกอัพ หากเป็นรถยนต์ที่จดทะเบียนก่อนปี 2537 ยังสามารถโดยสารบริเวณแคปได้ เนื่องจากยังไม่มีกฎหมายบังคับ แต่หากเป็นรถยนต์ที่จดทะเบียนตั้งแต่ปี2538 เป็นต้นไปจะไม่สามารถโดยสารบริเวณแคปได้ เนื่องจากมีการจดทะเบียนเป็นรถยนต์ 2 ที่นั่ง จึงแนะนำให้ประชาชนหากจะเดินทางจำนวนมากให้ใช้วิธีเช่าเหมารถตู้ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และใช้สำหรับรับจ้างสาธารณะ มีการติดตั้ง GPS หรือโดยสารรถโดยสารสาธารณะ เท่านั้น 

ขณะที่บรรยากาศที่ด่านตรวจบนถนนพหลโยธิน อำเภอเมืองเชียงราย เจ้าหน้าที่ตรวจรถยนต์ที่ผ่านจุดตรวจทุกคัน ส่วนใหญ่ยังมีการนั่งในแคป และกระบะท้าย ไม่สวมหมวกนิรภัย และคาดเข็มขัดพบมากสุด ชาวบ้านส่วนใหญ่บอกว่าไม่ทราบถึงการบังคับใช้กฎหมาย เพราะชีวิตประจำวันก็ใช้รถส่งลูกหลานไปโรงเรียน ทำงาน ไปไร่ไปสวน มีทั้งนั่งในแคปและกระบะท้าย หากบังคับใช้จริงจะกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันอย่างแน่นอน 

เช่นเดียวกับที่จุดตรวจด้านความมั่นคง ถนนกาญจนวนิช อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบรถ ที่ผ่านจุดตรวจ พร้อมประชาสัมพันธ์ถึงการบังคับใช้กฏหมาย ก็พบว่าส่วนใหญ่ยังไม่ทราบ ว่าแคปห้ามคนนั่ง ก็ยังคงนั่งมาในรถเกือบทุกคันอย่างที่เห็นในภาพ 


จากการสอบถามความเห็นผู้ใช้รถกระบะส่วนใหญ่รับได้กับการห้ามนั่งกระบะหลัง แต่ไม่เห็นด้วยกับการห้ามนั่งแคป เพราะจะกระทบกับการเดินทางเป็นครอบครัว คนหาเช้ากินค่ำที่ต้องเดินทางไปพร้อมๆกัน จึงอยากวอนภาครัฐเห็นใจและผ่อนปรน ให้สามารถนั่งแคปได้  


ทางด้าน นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ เปิดเผยถึงมาตรการป้องกัน และลดอุบัติเหตุบนท้องถนนที่รัฐบาลประกาศใช้บังคับก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะเรื่องมาตรการคาดเข็มขัดนิรภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เป็นกฎหมายสากลที่ทั่วโลกใช้กัน เพื่อช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ ซึ่งจากสถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุพบว่ากว่าร้อยละ 70 เป็นการเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นผลมาจากแรงกระแทก หรือกระเด็นออกนอกตัวรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ เชื่อว่าเมื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังแล้ว จะมีประโยชน์ต่อผู้ใช้รถใช้ถนน อีกทั้งช่วยลดตัวเลขอุบัติเหตุรุนแรงลงได้ 


ขณะที่เครือข่ายลดอุบัติเหตุ ยังสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายทุกมาตราที่จะมีผลต่อความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่นอกจากมีเรื่องการคาดเข็มขัดนิรภัยแล้ว ยังห้ามนั่งท้ายรถกระบะ หรือใช้รถกระบะบรรทุกคนไปเล่นน้ำ แม้จะมีการอนุโลมให้เฉพาะพื้นที่ที่จัดให้เล่นน้ำสงกรานต์เท่านั้น ส่วนนอกพื้นที่ไม่อนุญาตเด็ดขาด ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังต้องคุมเรื่องเมาแล้วขับ เพราะยังเป็นความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้ 

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application ThaiTV3 Android

ThaiTv3

Application ThaiTV3 IOS Application ThaiTV3 Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง