กรมสุขภาพจิตแนะเจอผู้ป่วยทางจิตอย่าถ่ายคลิปส่งต่อ

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 10 เม.ย. 60 เวลา 12:03:30 น.

จำนวนผู้ชม : 174

กรุณารอสักครู่...

ปรากฏเป็นคลิปเมื่อวานนี้ ชื่อว่า เมาคลี เป็นภาพชายเปลือยกายวิ่งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต ไปทุบรถ กระโดดขึ้นหลังคารถตู้ รถแท็กซี่ อย่างรวดเร็ว คลิปนี้ถูกแชร์ออกไปอย่างกว้างขวาง บ้างก็ตลก บ้างก็ชอบใจ แต่ว่าในโลกความเป็นจริงของชายผู้นี้ ไม่ได้ตลกเลย 

ความคืบหน้าสุด 12.00 น.นายแพทย์ศิริศักดิ์ ธิติดิลกรัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศรีธัญญา ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ว่า ผู้ที่อยู่ในคลิปเป็นผู้ป่วยเก่าของโรงพยาบาลศรีธัญญา เคยเข้ารับการรักษาแล้วเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2559 และออกจากโรงพยาบาลเมื่อ 12 ธันวาคม 2559 โดยแพทย์วินิจฉัยในขณะนั้นว่าป่วยเป็นโรคจิตเภท แต่ที่มีอาการกลัว หวาดระแวง จนไปทุบรถ กระโดดไปมาบนถนนวิภาวดีรังสิต เป็นเพราะขาดยา ขาดการรักษาต่อเนื่อง ซึ่งทีมแพทย์ได้ฉีด Valium10 mg เข้าเส้นเลือด Hadol 5 mg เข้ากล้ามเนื้อ และ ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักให้ และส่งตัวเข้ารักษาที่ตึกอโศก 2 ร.พ.ศรีธัญญา หลังฉีดยาแล้วอาการสงบ หลับได้

ด้านนายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่าหากพบผู้ป่วยทางจิตเวช เกรงว่าอาจเป็นอันตรายต่อตัวคนไข้เองหรือผู้อื่น สิ่งที่ควรทำคือ รีบแจ้งตำรวจ สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง คือ การถ่ายคลิปผู้ป่วยทางจิตเวชแล้วส่งต่อๆกัน เช่นกรณีล่าสุดที่ใช้ชื่อคลิปว่า เมาคลี ต้องถามก่อนว่าถ่ายเพื่ออะไร ถ้าถ่ายเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันกับตำรวจว่าบุคคลผู้นั้นมีอาการป่วยทางจิตจริง สามารถทำได้ แต่ไม่ควรนำส่งต่อไปที่ใด โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ จึงอยากขอความร่วมมือผู้ที่ถ่ายคลิปส่งต่อคลิปขณะนี้ ให้เลิกทำ ให้คิดว่าถ้าเป็นญาติของเราบ้างจะรู้สึกอย่างไร ที่สำคัญหากผู้ป่วยได้รับการรักษาจนหายเป็นปกติกลับมาเจอคลิปอีก จะทำให้รู้สึกไม่ดี หรือ กลายเป็นปมขึ้นมาอีกได้ 

ทีมข่าวสำรวจตามท้องถนน พบว่าผู้คนมักจะพบเจอบุคคลที่มีความผิดปกติทางจิตได้ง่ายมาก แต่เลือกที่จะเดินผ่านไป ไม่ได้สนใจอะไร ซึ่งตามข้อมูลของกรมสุขภาพจิต ที่สำรวจพบว่าเฉพาะในกรุงเทพมหานคร มีประชากร 5,696,409 คน ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยทางจิตมากถึง 24,753 คน ซึ่งสามารถช่วยผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตได้ตามสิทธิที่ควรจะได้รับ 

ตามพ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ.2551 ผู้ป่วยทางจิตเวชได้รับความคุ้มครอง ดังนั้นต้องช่วยกันปกป้อง หากเจอบุคคลที่มีความผิดปกติ เช่น ทำร้ายตนเอง หวาดระแวง เห็นภาพหลอน อยากฆ่าผู้อื่น พูดเพ้อเจ้อ กรมสุขภาพจิต แนะนำไว้ดังนี้  

ถ้าพบบุคคลผิดปกติทางจิตแบบเร่งด่วน เกรงว่าผู้ป่วยและบุคคลรอบข้างจะได้รับอันตราย ให้แจ้งผู้นำชุมชน หรือจะบอกกับแพทย์ ตำรวจ  สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) สายด่วน 1669 กรมสุขภาพจิต สายด่วน 1323 เพื่อจะได้นำผู้ป่วยส่งต่อไปที่โรงพยาบาลจิตเวช หรือ โรงพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนเป็นสถานบำบัด

ถ้าไม่เร่งด่วน สามารถปรึกษาแพทย์ที่สถานพยาบาลได้ก่อน หากรู้สาเหตุ พูดคุยกันแล้วอาการทางจิตทุเลาลงสามารถส่งกลับบ้านได้เลย 

แต่ถ้าอาการทางจิตไม่ทุเลา จะส่งต่อไปที่โรงพยาบาลจิตเวช หรือ โรงพยาบาลที่ขึ้นทะเบียนเป็นสถานบำบัด

ถ้าสุดท้ายแล้วอาการทางจิตทุเลา หรือ หายเป็นปกติ สามารถส่งกลับบ้านได้เลยแต่ถ้าไม่มีญาติ จะส่งต่อไปที่สถานสงเคราะห์

ซึ่งเหล่านั้นเป็นกระบวนการที่ถูกต้อง ผู้ป่วยจะต้องได้รับความคุ้มครอง ช่วยลดตราบาปให้ผู้ป่วยทางจิต ไม่ถ่ายคลิปและไม่ส่งต่อคลิป






ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง