พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ดีเดย์พรุ่งนี้!!เข้มรถตู้สาธารณะห้ามมีที่นั่งเกิน 13 ที่นั่ง

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 10 เม.ย. 60 เวลา 12:11:08 น.

จำนวนผู้ชม : 137

กรุณารอสักครู่...

วันพรุ่งนี้จะเป็นวันดีเดย์ ให้รถตู้โดยสารสาธารณะต้องปรับที่นั่งใหม่ไม่เกิน 13 ที่นั่งตามประกาศกรมการขนส่งทางบกในราชกิจจานุเษกษา ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา 

ผู้สื่อข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ไปสอบถาม นายเชิดชัย สนั่นสาคร รองอธิบดีฝ่ายบริหาร กรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กำหนดให้รถตู้ที่จดทะเบียนต้องไม่เกิน 13 ที่นั่ง โดยที่นั่งแถวหลังสุดท้ายจะต้องมีช่องทางเดินขนาดความกว้างไม่น้อยกว่ากว่า 20 เซนติเมตร เพื่อให้ผู้โดยสารใช้เป็นทางออกจากตัวรถหากเกิดเหตุจำเป็น 

ขณะเดียวกันทีมข่าวลงพื้นที่ไปสำรวจรถตู้โดยสาร พบว่าผู้ประกอบการหลายรายเริ่มปรับปรุงบ้างแล้ว อย่างเช่นรถตู้สาย ต.21 กรุงเทพฯ-มวกเหล็ก ได้แก้ไขนำเบาะนั่งแถวหลังสุดออก 1 ที่นั่ง นายจารุ พัชรมณฑล พนักงานขับรถบอกว่า หลังสงกรานต์จะแก้ไขขยายช่องทางเดินภายในรถให้กว้างขึ้น รวมถึงเปลี่ยนข้อความข้างรถระบุที่นั่งผู้โดยสารจาก 14 ที่นั่งเป็น 13 ที่นั่ง

นอกจากนี้ ได้ติดสติ๊กเกอร์สีข้อความ"ทางออกฉุกเฉิน"เป็นตัวหนังสือภาษาไทยสีแดงสะท้อนแสง สูงไม่น้อยกว่า   5 เมตร ตามข้อบังคับบริเวณประตูที่ใช้เป็นทางออกฉุกเฉินด้านท้ายของรถ ซึ่งผู้โดยสารมองเห็นได้อย่างชัดเจน เพื่อเปิดออกจากตัวรถได้ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น หรือเกิดอุบัติเหตุ

ขณะเดียวกันพบว่า รถตู้สาย ต.94 กรุงเทพฯ-ขาณุวรลักษณ์ สระบุรี ยังไม่ได้ปรับปรุงที่นั่งแถวหลังสุด ผู้โดยสารยังคงนั่งเบียดกันเหมือนเดิม นายสุรชัย บัวสด พนักงานขับรถ บอกว่าข้อบังคับดังกล่าวออกมากะทันหันทำให้ปรับปรุงไม่ทัน แม้กรมการขนส่งทางบกส่งหนังสือถึงผู้ประกอบการแล้วก็ตาม ทั้งนี้ ต้องวิ่งรับส่งผู้โดยสารทุกวัน ไม่มีเวลานำรถไปปรับแก้ที่นั่งใหม่แต่จะรีบดำเนินการให้เรียบร้อยทันส่งผู้โดยสารช่วงเทศกาลสงกรานต์

ขณะที่นายอนุสรณ์ มีวงศ์สม พนักงานขับรถตู้ฯสาย 901กรุงเทพฯ-อยุธยา บอกว่าการปรับปรุงจัดวางที่นั่งสำหรับผู้โดยสารใหม่ ส่งผลให้ผู้ประกอบการเพิ่มรายจ่ายมากขึ้น การตัดที่นั่งออก 1 ที่ต้องเสียเงินถึง 2,500 บาท ทำให้ค่าใช้จ่ายมากขึ้น แต่รายได้ลดลง พร้อมวิงวอนไปยังหน่วยงานของรัฐชดเชยโดยการเพิ่มค่าโดยสาร

กรณีที่นั่งแถวหลังสุดเป็นที่นั่งคู่ ให้ถอดที่นั่งคู่ด้านซ้ายออก โดยนำที่นั่งเดี่ยวมาติดด้านซ้ายสุดอีก 1 ที่นั่งหรือไม่ก็ได้ แต่ต้องมีช่องทางเดินกว้างไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร ให้ผู้โดยสารใช้เป็นทางออกฉุกเฉินด้านท้าย และเปิดออกจากตัวรถได้ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น หรือเกิดอุบัติเหตุ

กรณีที่นั่งแถวหลังสุดเป็นที่นั่งไม่เกิน 3 ที่นั่ง หรือที่นั่งเกินกว่า 3 ที่นั่ง ให้ปรับปรุงการจัดวางที่นั่งแถวหลังสุดให้มีช่องทางเดินขนาดความกว้างไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร ให้ผู้โดยสารใช้เป็นทางออกฉุกเฉินด้านท้ายและเปิดออกจากตัวรถได้ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นหรือเกิดอุบัติเหตุ 

กรณีรถที่มีที่นั่งไม่เกิน 13 ที่อยู่ก่อนแล้ว แต่ไม่มีช่องทางเดินเพื่อให้ผู้โดยสารใช้เป็นทางออกฉุกเฉินด้านท้ายและเปิดออกจากตัวรถหากเกิดเหตุจำเป็น ให้ปรับปรุงจัดวางที่นั่งแถวหลังสุดให้มีช่องทางเดินเช่นกัน

ปัจจุบันรถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนทั่วประเทศมีทั้งหมด 15,522 คัน ประกอบด้วย เส้นทางหมวด 1 (กรุงเทพฯ-ปริมณฑล) 5,181คัน เส้นทางหมวด 2 (กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัดไม่เกิน 300 กิโลเมตร) 5,318 คัน เส้นทางหมวด 3 (ภูมิภาคระหว่างจังหวัด) 2,944 คัน เส้นทางหมวด 4 (วิ่งภายในจังหวัดและในซอย ไม่ใช่เส้นทางหลัก) 2,079 คัน ขณะที่รถโดยสารประจำทาง ไม่ประจำทางทั่วประเทศ 24,923 คัน ซึ่งต้องยึดมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด

ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง หรือเจ้าของรถ ต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ และแก้ไขรายการทางทะเบียน ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพฯ พื้นที่สำนักงานขนส่งจังหวัด หรือ สำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา ที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบภายในกำหนดระยะเวลาดังต่อไปนี้
- เส้นทางหมวด 2 และ 3  ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2560
- เส้นทางหมวด 1 และ 4  ภายในวันที่ 5 กรกฎาคม 2560
- กรณีรถที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสาร ประเภทการขนส่งไม่ประจำทาง เช่น รถทัวร์นักท่องเที่ยวแบบจ้างเหมา ภายในวันที่ 5  สิงหาคม 2560



ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง