พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นักวิชาการชี้คุมเข้มที่นั่งรถตู้ช่วยลดการสูญเสีย

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 11 เม.ย. 60 เวลา 12:11:46 น.

จำนวนผู้ชม : 146

กรุณารอสักครู่...

หลังประกาศมาตรา 44 ให้รถตู้โดยสาร ปรับลดที่นั่งเหลือ 13 เก้าอี้ เมื่อวันที่ 21 มี.ค.ปี 60 ทางกรมการขนส่งทางบก ได้ผ่อนปรนโดยให้เวลาดำเนินการนำเบาะออก กระทั่งวันนี้ ได้เวลาจับ-ปรับจริง รถตู้โดยสาร 13 ที่นั่ง วันแรก 

พล.ต.อ.อำนาจ อันอาตม์งาม รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ยืนยันว่าตั้งแต่วันนี้ ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร, สายใต้, เอกมัย) จะไม่มีรถตู้ที่มีที่นั่งเกิน 13 ที่นั่งแน่นอน ซึ่งตั้งแต่มีประกาศ มาตรา 44 ของคสช.ออกมาในวันที่ 21 มีนาคม ทาง บขส.ได้ตรวจสอบ และทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง และยังเข้มงวดในการติดตั้งระบบ GPS และการรัดเข็มขัดนิรภัย ดังนั้น หากรถตู้คันใดผิดกฎระเบียบ จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสาร ภายในสถานีขนส่งโดยเด็ดขาด

ผู้สื่อข่าวสำรวจรถตู้สาธารณะ ภายในสถานีขนส่งหมอชิตใหม่ พบว่ารถตู้มีการปรับลดที่นั่งเหลือ 13 ที่นั่งกันหมดแล้ว อย่างเช่น รถตู้ของนายวิเชียร จันตะเภา ได้ปรับลดเบาะเหลือ 13 ที่นั่ง และติดป้ายประกาศไว้ภายในรถ ให้ผู้โดยสารคาดเข็มขัดนิรภัย พร้อมยังติดตั้ง GPS เพื่อให้การขับขี่เป็นไปตามระเบียบที่กำหนดไว้ ซึ่งนายวิเชียร บอกยินดีทำตามมาตรการของ คสช.แต่ขอแสดงความคิดเห็นว่า การให้ขับรถได้ไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ช้าเกินไป ซึ่งหากปรับให้ขับได้ประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะเหมาะสมมากกว่า

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) เปิดเผยว่า การปรับลดเบาะที่นั่งภายในรถตู้เหลือไม่เกิน 13 ที่นั่งจะช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในรถตู้ได้เป็นอย่างมาก หากมีการลดที่นั่งแถวสุดท้ายเหลือ 3 ที่นั่ง จะช่วยให้ผู้โดยสารมีทางออกฉุกเฉินจากทางด้านหลังได้รวดเร็ว เพราะการเกิดอุบัติเหตุของรถตู้ในแต่ละครั้ง พบว่ามีเวลาหลบหนีออกจากตัวรถ เฉลี่ยไม่ถึง 1 นาที ก่อนจะถูกไฟไหม้ตัวรถตามมา และหากเกิดกรณีรถตู้ชนจนประตูข้างบิด ผู้โดยสารจะไม่สามารถหลบหนีออกมาจากตัวรถได้เลย

นพ.ธนะพงศ์ นำคลิปตัวอย่างของอุบัติเหตุรถตู้โดยสารเกิดไฟไหม้ บนถนนสายปราจีนบุรี-บ้านสร้าง บริเวณโรงไฟฟ้าบ้านสร้าง จะเห็นว่าในคลิปรถตู้วิ่งบนถนนตามปกติ ก่อนจะเสียหลักลงข้างทางและไปชนกับต้นไม้ ในกรณีนี้ผู้โดยสารส่วนหนึ่งสามารถหนีออกจากประตูข้างตัวรถได้ แต่ก็มีผู้หนีออกมาไม่ทันอยู่ดี เพราะเวลาเกิดเพลิงไหม้ตามมาไม่ถึง 1 นาที กู้ภัยจะเข้ามาช่วยก็ไม่สามารถทำได้เพราะต้องใช้เวลา กรณีนี้จึงทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ บาดเจ็บ 5-6 คน 

จากสถิติของศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน ประจำปี 2559 พบว่า รถตู้โดยสาร ครองสถิติทั้งการเกิดอุบัติเหตุ และจำนวนผู้เสียชีวิตมากที่สุด โดยเกิดอุบัติเหตุรวม 215 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 103 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 43 และตั้งแต่ต้นปีเดือนมกราคม - มีนาคม ปี 60 พบว่ารถตู้เกิดอุบัติเหตุแล้ว 5 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 33 คน เมื่อเทียบกับรถทัวร์ เกิดอุบัติเหตุมากกว่า อยู่ที่ 7 ครั้ง แต่ไม่มีผู้เสียชีวิตเลย


นอกจากนี้ทีมข่าวได้พูดคุยกับผู้ประสบอุบัติเหตุโดยรถตู้โดยสารจนเป็นอัมพาต  เล่าว่า ตนได้โดยสารในรถตู้แถวหลังสุด จากนั้นมีรถกระบะเมาแล้วขับ พุ่งมาชนจากฝั่งตรงข้าม ทำให้รถตู้พลิกคว่ำ จากนั้นตัวเองก็เกิดการกระแทกอย่างแรงเพราะไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย วินาทีนั้นจำได้ว่ากว่ากู้ภัยจะช่วยออกจากตัวรถใช้เวลานานมาก เพราะรถตู้พลิกคว่ำทับประตูข้าง ส่วนประตูหลังออกไม่ได้เพราะที่มีนั่งกั้นและมีของสัมภาระวางเต็มไปหมด ซึ่งหลังจากเข้ารับการรักษาจึงพบว่าตัวเองเป็นอัมพาต ตั้งแต่ใต้ราวนมลงไปไม่รู้สึกอะไรเลย สาเหตุเกิดจากการกระแทกอย่างแรงจนไขสันหลังบาดเจ็บ

ขณะที่จังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่ขนส่งเข้าตรวจสอบรถตู้โดยสารที่วิ่งให้บริการจากอำเภอหาดใหญ่ไปจังหวัดกระบี่ ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และ จังหวัดสตูล พบว่ารถตู้เกือบทั้งหมดปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กำหนด โดยการถอดเบาะด้านหลังออก แต่ยังมีรถตู้อีกหลายคันที่ถอดเบาะออกไม่ทัน แต่บรรทุกผู้โดยสารตามกำหนดไว้ที่ 13 ที่นั่ง คนขับรถตู้ กล่าวว่า ระเบียบที่ออกมามีผลกระทบกับรายได้ บางเที่ยวอาจขาดทุน แต่ก็ต้องปฏิบัติตาม เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร


ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง