ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

คุมตัว"ซินแสโชกุน"สอบปากคำ เจ้าตัวยืนกรานไม่ได้ขายทัวร์

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 12 เม.ย. 60 เวลา 22:32:18 น.

จำนวนผู้ชม : 718

กรุณารอสักครู่...

ความคืบหน้าล่าสุดกรณีบริษัทขายตรงทิ้งลูกทัวร์ไปญี่ปุ่นจำนวนกว่า 1,000 คน เมื่อวานนี้ ล่าสุดเจ้าหน้าที่กองปราบปรามได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ควบคุมตัว ซินแสโชกุน พร้อมเครือข่าย รวม 4 คน มาสอบปากคำที่กองบินตำรวจในคืนนี้ หลังถูกควบคุมตัวได้ที่จังหวัดระนอง ซึ่งเบื้องต้น ซินแสโชกุน ให้การปฏิเสธว่าถูกนำชื่อไปแอบอ้าง

เมื่อเวลา 21.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองปราบปรามได้เดินทางมารับตัว นางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ ซินแสโชกุน พร้อมกับพวกอีก 3 คน หลังถูกควบคุมตัวได้ที่จังหวัดระนอง โดยอาศัยคำสั่ง คสช. มาตรา 44 ควบคุมตัว

เบื้องต้น พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมาสอบปากคำพร้อมกับพนักงานสอบสวนจากกองปราบปราม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำและยังไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้จนกว่าการสอบปากคำจะเสร็จสิ้น

โดยเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองระนอง ได้เข้าควบคุมตัวซินแสโชกุน พร้อมพวกอีก 3 คน ได้ที่สำนักสงฆ์บ้านพรรั้ง หรือ วัดป่าชัยมงคล ใน ตำบลบางริ้น อ.เมือง จังหวัดระนอง ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ กองบังคับการตำรวจภูธรระนอง ซึ่งเบื้องต้น โชกุน ได้ปฏิเสธว่า เธอจำหน่ายเพียงอาหารเสริมเพื่อสุขภาพในชื่อบริษัท เวลท์เอเวอร์ เวล ในราคาสมาชิกละ 9,730 บาทเท่านั้น และไม่ได้เป็นคนขายทัวร์ แต่ถูกนำชื่อไปใช้แอบอ้างโฆษณา ส่วนทัวร์ญี่ปุ่นก่อนหน้านี้ ได้พาสมาชิกไปจริง โดยหมดเงินส่วนตัวไปร่วม 20-30 ล้านบาท

ขณะที่โลกโซเชี่ยลได้มีการแชร์คลิป โชกุนที่กำลังพยายามโน้มน้าวลูกทัวร์ก่อนวันเกิดเรื่องเมื่อคืนที่ผ่านมา ถึงการไปญี่ปุ่นในครั้งนี้

จากการตรวจสอบของหลายหน่วยงานพบว่า บริษัทเวลท์เอเวอร์ มีลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ขายสินค้าอาหารเสริม โดย มี นางสาว พสิษฐ์ อรัญชย์ลาภิศ หรือ โชกุน เป็นประธานบริษัท ซึ่งช่วงเช้าที่ผ่านมาตำรวจได้คุมผู้ต้องสงสัยที่เป็นหัวหน้ากลุ่มแชร์ลูกโซ่ได้อีก 2 คน ซึ่งเป็นแม่ข่ายที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่จากการตรวจสอบประวัติของซินแสโชกุน พบว่า ตั้งแต่ปี 2555-2559 เคยถูกแจ้งความรวม 6 คดี คือ คดีฉ้อโกงทรัพย์ พื่นที่ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คดีความผิดเกี่ยวกับเช็คและคดียักยอกทรัพย์ พื้นที่ สภ.เมืองนนทบุรีคดีฉ้อโกงทรัพย์ พื้นที่ สน.ปทุมวัน คดีฉ้อโกงประชาชน ที่กองบังคับการปราบปรามความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค และล่าสุดเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วในคดีฉ้อโกงทรัพย์ ในพื้นที่ สภ.เมืองนครราชสีมา

โดยที่ผ่านมาศาลได้อนุมัติหมายจับกุมรวม 3 ครั้ง ในข้อหาเดียวกันทั้งหมด คือ คดีฉ้อโกงทรัพย์ แต่ได้มีการถอนหมายจับแล้วทั้งหมด เพราะเป็นคดีฉ้อโกงที่ยอมความได้

และตั้งแต่ปี 2543-2559 ซินแสโชกุน หรือ ชื่อเดิมว่า นางสาว สหชม นาคฤทธิ์ ได้เปลี่ยนชื่อมาแล้วรวม 10 ครั้ง เป็นการเปลี่ยนชื่อ 5 ครั้งและเปลี่ยนนามสกุลอีก 5 ครั้ง โดยปัจจุบันใช้ชื่อว่า นางสาว พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ

และจากเหตุการณ์ในครั้งนี้มีผู้เสียหายรวมแล้วอย่างน้อย 470 ราย และคาดว่าน่าจะมีมากกว่า 1,000 ราย โดยตลอดทั้งวันมีผู้เสียหายทยอยเดินทางมาแจ้งความที่กองปราบปรามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางพลตำรวจโทฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้ยืนยันว่าจะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด

ขณะที่ด้านปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือ สคบ. ประสานไปยังบริษัทนี้ เพื่อให้ชี้แจงและเยียวยาผู้เสียหายทั้งหมดในทันที ทั้งการชดใช้ค่าเสียหายตามข้อเท็จจริง และ ทางจิตใจ ซึ่งหากนิ่งเฉยก็จะเข้าข่ายฉ้อโกง

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง