ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

แฉมหากาพย์..หมอหลอกระดมทุนธุรกิจทัวร์

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 18 เม.ย. 60 เวลา 12:09:33 น.

จำนวนผู้ชม : 4,136

กรุณารอสักครู่...

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าผู้เสียหายจากการถูกหลอกให้ไปร่วมลงทุนธุรกิจทัวร์-จองห้องพัก มี 2 กลุ่ม ทั้ง 2 กลุ่ม มีตัวการร่วมที่ถูกพาดพิงถึงเป็นคนๆเดียวกัน เรื่องนี้มีความน่าสนใจเมื่อทั้ง 2 กลุ่ม คุยกันจนมีความชัดเจน โดยทีมข่าวเที่ยงวันฯ ได้พูดคุยกับผู้เสียหาย 

- คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มีหลายร้อยคน แต่นับเฉพาะคนที่ปรากฏอยู่ในข่าว และถูกอ้างชื่อถึงมี 6 คน
- เริ่มจากกลุ่มแรกก่อน เป็นกลุ่มของผู้ที่ชักชวนให้คนอื่นมาร่วมลงทุน โอม กับ ฝ้าย เป็นสามีภรรยากัน และ โอม ยังเป็นลูกพี่ลูกน้องกับ โจ ด้วย ส่วน โจ เป็นแฟนกับ บี 
- ทั้งหมดนี้เปิดบริษัท ทำธุรกิจเกี่ยวกับบริการจองห้องพักโรงแรม รีสอร์ท จำหน่ายตั๋วทุกประเภท โดยการประสานกับเอเจนซี่ต่างประเทศ ส่วนใหญ่เป็นประเทศจีน ให้นำลูกค้าทัวร์ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทยเข้าพักยังโรงแรมที่ประสานงานกันไว้แล้ว โดยทางบริษัท จะสำรองค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นก่อน จากนั้นจะรับชำระเงินคืนพร้อมกำไรที่เกิดขึ้น 25-30% แต่ว่าการทำธุรกิจนี้ต้องใช้เงินทุนสูงเพราะต้องสำรองจ่ายทั้งหมด จึงต้องไปชักชวนคนอื่นให้มาร่วมลงทุนตั้งแต่เปิดบริษัท
- กลุ่มแรก คือ โอมกับฝ้าย ไปชักชวนเพื่อนสนิทมาลงทุน ชวนไปชวนมาได้มากถึง 250 คน โดยผู้สื่อข่าวมีโอกาสคุยกับหนึ่งในผู้ร่วมลงทุน 250 คน คือ"บอม"นำเงินไปร่วมลงทุนกับโอมและฝ้าย ประมาณ 800,000 บาท แต่รวมๆทั้งหมดกลุ่มนี้ มีเงินลงทุน 250 ล้านบาท
- กลุ่มที่ 2 คือ บิว เป็นแพทย์หญิงโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ไปชักชวนเพื่อนตามโรงพยาบาลซึ่งคือ แป้ง ที่เป็นข่าวตามเสนอไปเมื่อวานนี้ และ ยังมีคนที่เป็นวิศวกร สจ๊วต อาจารย์มหาวิทยาลัย โดยถูกหลอกให้มาร่วมลงทุนกับนายโจ ซึ่งเป็นแฟนของบี และเปิดบริษัทอยู่ กลุ่มนี้จะเป็นคนมีหน้าที่การงานดีเพราะคนชวนเป็นถึงแพทย์หญิง ดูน่าเชื่อถือ มีผู้ร่วมลงทุน 60 คน มูลค่าเงินลงทุน 64 ล้านบาท 
- กำไรจากการทำธุรกิจของบริษัท จะถูกแบ่งให้ผู้ร่วมลงทุนพร้อมเงินต้นทุกเดือน ตอนแรกๆไม่มีปัญหา ได้เงินตามจริง แต่ต่อมาเริ่มลดเงินที่ได้จากกำไร และสุดท้ายไม่ได้เงิน จนได้รับการแจ้งว่าจะปิดกิจการเพราะหมดสัญญา ท้ายที่สุดผู้ร่วมลงทุนไม่ได้รับเงินแล้ว
- สุดท้ายความแตก เพราะกลุ่มแรกโอมกับฝ้าย แจ้งผู้ร่วมลงทุนว่าที่จริงแล้วเงินลงทุนที่รับมานำไปให้กับ"โจ"บริหารจัดการ แต่ตอนนี้ถูกโจ โกงเงินไป ซึ่งผู้ร่วมลงทุนไม่เคยทราบมาก่อนว่าธุรกิจนี้มีคนชื่อโจด้วย ส่วนกลุ่มที่สอง คือกลุ่มของบิว แต่แป้ง ไม่สามารถติดต่อบีได้ ทั้งหมดนี้ไปร้องทุกข์แจ้งความดำเนินคดี 

ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ พูดคุยกับ บอม 1 ใน 250 คน ที่เป็นผู้ร่วมลงทุนกับ โอม-ฝ้าย บอกว่า ตัดสินใจลงทุนเพราะเป็นเพื่อนสนิทกัน ลงทุนครั้งแรก 100,000 บาท จากนั้นได้เงินปันผลมาจริงๆ เดือนละ 12% แต่พอเข้าสู่เดือนที่ 8 กลับถูกปรับลดเงินปันผล จาก 12% เหลือ 8% บอม มองว่ายังได้เยอะอยู่ แต่ถัดมาอีก 2 เดือน ถูกลดลงเหลือ 4% อีก ส่วนอีก 4% โอม บอกว่าขอเอาไปทบเป็นเงินต้นเพราะต้องใช้เงินหมุนเวียนเยอะ เนื่องจากมีทัวร์มาลง แต่พอถึงเดือนมีนาคม ปี 60 โอม ไม่สามารถจ่ายเงินให้บอมได้ บอกว่าถูกคนชื่อ นายโจ เป็นลูกพี่ลูกน้องโกงไป บอมจึงขอให้โอม มาชี้แจง ซึ่งได้รับการชี้แจงว่าเงินลงทุนที่ได้มาเอาไปส่งต่อให้คนชื่อ นายโจ โดยโอม ยืนยันว่าถูกโกงไปจริงๆ จึงมีการสร้างกลุ่ม Line และ นำผู้ร่วมลงทุน 250 คน ไปแจ้งความดำเนินคดีกับนายโจ 

บอม บอกกับทีมข่าวเที่ยงวันฯ ว่าน่าจะเรียกว่าแชร์ลูกโซ่ได้ เพราะจากการดำเนินธุรกิจแบบนี้เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ เพียงแต่วิธีดำเนินการปลีกย่อยอาจต่างกันบ้าง และถึงแม้ว่าโอม ตั้งกรุ๊ปไลน์และพาไปแจ้งความ แต่บอม ยังไม่อยากจะเชื่อว่าโอม ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะมีประเด็นที่น่าสงสัยบางประเด็น 

กลายเป็นว่าในกรุ๊ปไลน์เป็นที่แชร์ข้อมูลของผู้เสียหายที่ร่วมลงทุนในธุรกิจนี้ และทำให้ทราบว่ารายล่าสุด นำเงินลงทุน 1.5 ล้านบาท หลังจากที่โอม ประกาศถูกโกง ซึ่งตอนนี้ได้ประสานกับผู้ร่วมลงทุนอีกฝั่งที่เป็นคุณหมอแล้วจึงทราบว่าถูกหลอกจากคนๆเดียวกัน 

ตรวจสอบการจดทะเบียน บริษัท ไนซ์ เดย์ ทราเวล จำกัด และ บริษัท วี สยาม เอเจนซี่ จำกัด ตามที่ผู้ร่วมลงทุนทั้ง 2 กลุ่มได้ร้องทุกข์กับหน่วยงานต่างๆขอให้ตรวจสอบ พบว่า บริษัท ไนซ์ เดย์ ทราเวล จำกัด จดทะเบียนตั้งแต่ 17 ธันวาคม 2557 ทำธุรกิจเกี่ยวกับบริการจองห้องพักโรงแรม รีสอร์ท จำหน่ายตั๋ว ทุกประเภท ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท ที่ตั้งสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯปัจจุบันยังดำเนินกิจการอยู่ ส่วนบริษัท วี สยาม เอเจนซี่ จำกัด จะทะเบียนเมื่อ 16 พฤษภาคม 2559 ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท ดำเนินธุรกิจรับจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พักโรงแรม ทั้งในและต่างประเทศ ปัจุบันยังดำเนินกิจการอยู่ มีที่ตั้งในกรุงเทพฯ

ซึ่งในเวลานี้ทั้ง 2 กลุ่มอยากให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ รับเป็นคดีพิเศษมาตรวจสอบติดตามนายโจ ที่โกงเงินไปซึ่งตอนนี้ผู้เสียหาย ทยอยแจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) มีการสอบปากคำไปแล้วบางส่วน และ จะมีการสอบปากคำอีกครั้ง 21 เมษายนนี้ 

ล่าสุด พ.ต.ท.สมชาย โพธิ์สุวรรณ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) กองกำกับการ 5 และ ผู้บัญชาการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ บอกกับทีมข่าวว่า ได้รับแจ้งความร้องทุกข์เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการตรวจสอบ การสอบปากคำจะดำเนินต่อไปจนครบทุกคน แต่ขอแนะนำให้ผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดไม่ต้องเดินทางมากรุงเทพฯ ให้ไปร้องทุกข์ที่โรงพักในพื้นที่ เพื่อให้ร้อยเวรส่งคำให้การร้องทุกข์มาให้ บก.ปอศ.เพื่อรวบรวมเป็นคดีเดียวกัน 

ถามว่าเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่หรือไม่ พ.ต.ท.สมชาย บอกกับทีมข่าวว่า รูปแบบการให้ผลตอบแทนเข้าข่าย แต่ยังสรุปไม่ได้ ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย แต่ที่ชัดเจนคือมีการหลอกต่อๆกันให้ลงเงินลงทุนและให้ผลตอบแทน ระหว่างการสอบปากคำ จะเริ่มตรวจสอบบัญชีที่รับโอนเงิน ยอดเงิน รวมทั้งใบประกอบอนุญาตกิจการต่างๆด้วย หากทำธุรกิจจริงแล้วติดขัดก็ต้องมาชี้แจง แต่ถ้าไม่ได้ทำธุรกิจจริงก็เข้าข่ายหลอกลวง เมื่อชัดเจนแล้วจะออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องต่อไป

บอม ฝากถึงคนที่จะลงทุนร่วมกับผู้อื่น ขอให้ไปยืนอยู่ตรงธุรกิจนั้นๆด้วยตัวเอง เพราะกรณีที่เกิดขึ้นคุณหมู ไม่เคยไปเห็น ไม่เคยไปตามสืบเลยว่ามีการต้อนรับทัวร์อยู่จริง มีทัวร์เข้าพักจริง เพราะเชื่อใจเพื่อน จึงฝากถึงคนที่จะทำธุรกิจว่าต้องไปดูให้เห็นกับตาด้วย

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง