พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สบส.ตรวจสอบคลินิกต้องสงสัยเชื่อมขนอสุจิข้ามชายแดน

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 24 เม.ย. 60 เวลา 12:56:13 น.

จำนวนผู้ชม : 171

กรุณารอสักครู่...

กรมสนับสนุนสุขภาพบริการสุขภาพ เดินหน้าเข้าตรวจสอบคลินิกเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง จากครั้งก่อนตรวจสอบไปแล้ว 2 แห่ง ตามคำกล่าวอ้างของนายนิธินนทน์ ศรีธานิยานันท์ ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวว่านำอสุจิมากจาก 4 แห่งนี้

นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนสุขภาพบริการสุขภาพ (สบส.) พร้อมเจ้าหน้ากระทรวงสาธารณสุข เดินทางเข้าตรวจสอบคลินิกเพิ่มเติมอีก 2 แห่ง ที่ย่านชิดลมซึ่งเป็น 2 ใน 4 แห่ง ที่นายนิธินนทน์ ศรีธานิยานันท์ ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวได้บริเวณด่านชายแดนไทย-ลาว จังหวัดหนองคาย อ้างว่าเป็นแหล่งรับถังไนโตรเจนบรรจุอสุจิ 

โดยการเข้าตรวจสอบครั้งนี้ จะดูรูปแบบการให้บริการว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนส่งอสุจิไปยังประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ พร้อมดูใบอนุญาตว่าได้รับการขึ้นทะเบียนถูกต้อง และมีมาตรฐานในการเก็บน้ำเชื้ออสุจิหรือไม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ คาดว่าช่วงบ่ายจะมีผลการตรวจสอบออกมา

คดีนี้ เริ่มจากคนไข้เข้ารับคำปรึกษากับคลินิกผู้มีบุตรยากในประเทศไทย ที่ขณะนี้มีจำนวน 70 แห่งทั่วประเทศ ที่ได้รับการจดทะเบียนถูกต้อง ซึ่งคนไข้ที่เข้ามาปรึกษามีทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ (อาเซียน เอเชีย แอฟฟริกาใต้) และเมื่อคนไข้ไม่ต้องการรับบริการจากคลินิกแล้ว สามารถเบิกอสุจิคืนออกมาได้โดยเจ้าตัวเอง หรือ มอบฉันทะให้ผู้อื่นรับแทน 

จากนั้นเมื่อเบิกอสุจิออกมาแล้วจะต้องบรรจุใส่ในถังไนโตรเจนก่อนส่งต่อออกไปยัง สปป.ลาว และ กัมพูชา

ซึ่งประเด็นข้อสงสัยที่รอตรวจสอบว่าขั้นตอนใดจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการส่งออกอสุจิข้ามชาติได้บ้าง พบว่าสามารถเกี่ยวข้องได้หมดตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง

นั้นคือคลินิกผู้มีบุตรยากในประเทศไทย จำนวน 70 แห่ง จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคลินิกเอกชนในประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ เนื่องจากคลินิกประเทศเพื่อนบ้านขณะนี้อาจยังไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ อีกทั้งยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ หรือการอุ้มบุญ ก็อาจเป็นไปได้ว่าคลินิกที่ไทยจะหลีกเลี่ยงไปลงทุนที่ประเทศเพื่อนบ้านได้

และนายยู ลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น ที่ถูกจับกุมกล่าวอ้างว่าจะไปส่งต่อให้คือใคร? จะเป็นเจ้าของอสุจิที่มอบฉันทะให้ไปเบิกอสุจิออกมาหรือไม่ หรือ จะเป็นเอเจนซี่ขนส่งอสุจิข้ามชาติ

มุมมองจากทางด้านคลินิก โดยนายศรายุธ อัสสมกร กรรมการผู้จัดการศูนย์ซูพีเรีย เออาร์ที แสดงความเห็นว่า เป็นไปได้ยากที่จะเป็นกระบวนการค้าอสุจิข้ามชาติ เพราะอสุจิจะหาที่ไหน ประเทศใดก็ได้ อีกทั้งการมาเบิกอสุจิโดยผ่านการขนในถังไนโตรเจนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน มีราคาที่แพง และเสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย ดังนั้น ความเป็นไปได้คือ คนไข้ต่างประเทศที่เคยเข้ามารับการฝากอสุจิไม่สะดวกเดินทาง หรือถูกจำกัดสิทธิ์ในการเดินทางออกนอกประเทศ (บางประเทศจำกัดสิทธิ์บางอาชีพให้สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ปีละ 1-2 ครั้ง ) แต่อยากเปลี่ยนคลินิกฝากอสุจิที่ประเทศอื่นๆ จึงอาจจ้างนายหน้ามาเบิกอสุจิของตนเองผ่านการมอบฉันทะ โดยที่เจ้าของอสุจิอาจไม่รู้ว่าผิดกฎหมายในประเทศไทย พร้อมยืนยันว่าทางศูนย์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเพราะการค้าขายอสุจิได้เงินไม่มากไม่คุ้มค่ากับการถอดถอนใบอนุญาตซึ่งเสียหายกับชื่อเสียงและธุรกิจ

นพ.สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์ เลขาธิการแพทยสภา เปิดเผยว่าขณะนี้ยังไม่ทราบข้อมูลแน่ชัด หรือรับรายงานว่าทางคลินิกไทยจะไปเกี่ยวข้องกับการร่วมลงทุนกับคลินิกประเทศเพื่อนบ้าน แต่หากพบแพทย์ไทยไปดำเนินการในต่างประเทศก็สามารถดำเนินการเอาผิดได้ตามกฎหมายไทย ตามพ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม หรือ พ.ร.บ.อุ้มบุญ ดังนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ตามแพทย์ไทยไม่สามารถหลบหลีกไปดำเนินการทำอุ้มบุญ ซื้อขายอสุจิ และตัวอ่อนได้

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง