ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

ร้องตำรวจล้อมรถยิงปืนใส่ได้รับบาดเจ็บ

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 06 ก.ค. 60 เวลา 11:26:56 น.

จำนวนผู้ชม : 515

กรุณารอสักครู่...

เป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์เมื่อนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดัง โพสต์ผ่านส่วนตัวเผยเรื่องราวของผู้เสียหายคนหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจล้อมรถแล้วยิงปืนใส่จนบาดเจ็บ หนำซ้ำพนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความ 

ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะเกิดเหตุที่ลานจอดรถร้านอาหารแห่งหนึ่ง บริเวณแยกบางคูวัด จังหวัดปทุมธานี ผู้เสียหายยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ แต่ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าก่อนหน้านี้กลุ่มของผู้เสียหาย เคยมีปัญหากับวัยรุ่นซึ่งมีตำรวจพื้นที่อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี หนุนหลัง ให้ระวังตัวให้ดี ต่อมาวันที่ 23 มิถุนายน เวลาประมาณเที่ยงคืน ขณะที่ผู้เสียหายกับพวกนั่งอยู่ในรถ มีชายฉกรรจ์หลายคนแต่งตัวสวมเครื่องแบบตำรวจ และนอกเครื่องแบบ นำรถราชการตำรวจมาจอดใกล้ๆ ล้อมรถและใช้อาวุธปืนยิงทะลุรถมาถูกบริเวณหลังจนบาดเจ็บ ทั้งที่ไม่ได้แสดงตัวขอตรวจค้น หรือจับกุมใดๆ ภายหลังทราบว่าเป็นตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี 

ทั้งนี้ กลุ่มผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความ แต่พนักงานสอบสวนไม่รับแจ้ง ให้ลงบันทึกประจำวันไว้ และให้ไปหาหลักฐานมาเอง อ้างว่าในคืนเกิดเหตุกลุ่มตำรวจมีหัวหน้าชุด คือ ผู้กองภาคภูมิได้เข้าห้ามกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะกัน จึงต้องยิงระงับเหตุ

ซึ่งตามภาพไม่มีวัยรุ่นทะเลาะกันตามที่ตำรวจกล่าวอ้าง ขัดแย้งกับที่พนักงานสอบสวนแจ้งผู้เสียหาย โดยกลุ่มผู้เสียหายเป็นฝ่ายไปหาหลักฐานนี้มา และไม่กล้านำคลิปพร้อมรูปถ่ายร่องรอยกระสุนปืนที่ยิงเข้ามาในรถไปให้พนักงานสอบสวน เกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงนำเรื่องไปแจ้งทนายเกิดผล เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย เรียกร้องความเป็นธรรม และนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ

ด้านผู้เสียหาย และเพื่อน ยืนยันไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย

ภาพจากกล้องวงจรปิด จะเห็นรถรุ่นเก่า ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีเทา คันแรกที่จอดอยู่ทางฝั่งซ้าย ตำรวจบอกว่าเป็นรถขนอาวุธปืน โดยพบเห็นการแจกอาวุธปืนอยู่บริเวณหลังรถ เมื่อเกิดเหตุยิงกันแล้วได้ขับหนีออกไป คันถัดมาเป็นรถกระบะสีดำพยายามหลบหนี รถ 2 คันนี้ และสามารถหนีไปได้ ส่วนรถที่เจ้าหน้าที่สกัดไว้ได้ คือ รถฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ซึ่งจะขับหลบหนีไปอีกทาง แต่โดนยิงยางจนไม่สามารถไปต่อได้ กลุ่มวัยรุ่น 4 คน จึงพากันวิ่งลงจากรถหลบหนีทั้งหมด พร้อมแจ้งผู้ครอบครองรถ เพื่อตรวจสอบบุคคลที่นำรถไปขับขยายผลจับกุม

ตำรวจไปตรวจสอบรถฟอร์จูนเนอร์ หมายเลขทะเบียน ป้ายแดง ก- 0355 พระนครศรีอยุธยา ภายในรถพบอาวุธปืนพกสั้นแบบรีวอลเวอร์ .38 ไม่มีเลขทะเบียน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 5 นัด และยาเสพติด จำนวน 198 เม็ด จึงได้ตรวจยึดไว้ที่ สภ.เมืองปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีและสืบหาผู้ต้องสงสัยที่หลบหนีไป ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวน

ด้าน พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี ชี้แจงว่า เหตุเกิดวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา ชุดที่เข้าปฏิบัติการเป็นชุดของกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี  โดยมี พ.ต.ต.ปิยพงศ์ องอาจ สารวัตรสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี เป็นหัวหน้าชุดจับกุม ไม่ใช่ สภ.เมืองปทุมธานี เนื่องจากได้รับแจ้งว่ามีการนัดตีและยิงกันที่ร้านที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปเฝ้าดูจำนวน 1 ชุด ราว ๆ 10 นาย ซึ่งรถของเจ้าหน้าที่จอดติดกับรถผู้ต้องสงสัย จากระยะเห็นว่าผู้ต้องสงสัยกระทำการอะไรบ้าง มีอาวุธอะไรบ้างจึงจำเป็นต้องแสดงตัวเพื่อตรวจค้นจับกุมได้ 1 คน แจ้งข้อหาครอบครองอาวุธปืน

ตำรวจชุดที่เข้าปฏิบัติการดังกล่าวระบุว่า ปฏิบัติการตามหน้าที่และหลักสูตรที่เรียนมาคือ ยิงสกัดรถไม่ได้ยิงเพื่อหมายเอาชีวิต ถ้าตรวจวิถีกระสุนจะสามารถพิสูจน์ได้ วันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ไปซุ่มรอเกือบชั่วโมง ตอนแรกคิดว่าแผนจะล้มจึงไม่เรียกกำลังเสริม จนกระทั่งกลุ่มผู้ต้องสงสัยมาจอดรถแนบรถของเจ้าหน้าที่และเห็นการแจกจ่ายปืน ทำให้ไม่สามารถสื่อสารหรือเรียกกำลังเสริมได้ เนื่องจากภายในรถของผู้ต้องหาทราบไม่ได้ว่ามีบุคคลอยู่ภายใน จึงต้องตัดสินใจแสดงตัว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่แต่งเครื่องแบบ และใช้รถตำรวจมีสัญญาณไฟหลังคา 1 คัน จอดอยู่ห่าง ๆ ซึ่งได้เตรียมการวางแผนเป็นอย่างดี จากนั้นวันที่ 28 พฤษภาคม 2560 ผู้เสียหายไปแจ้งความที่ สภ.เมืองปทุมธานี พนักงานสอบสวน หรือ ร้อยเวร ได้แจ้งให้นำรถยนต์ของกลางที่ถูกยิงมาตรวจ แต่ผู้แจ้งไม่สามารถนำรถมาให้ตรวจวิถีกระสุนได้บอกว่าขายไปแล้ว ไม่ทราบชื่อคนซื้อ และไม่สามารถติดต่อได้ จึงขอเวลา 7 วัน เพื่อนำรถมามอบให้ตรวจพิสูจน์ร่องรอยวิถีการยิง แต่พอครบเวลาผู้แจ้งโทรฯ มาบอกว่าไม่สามารถติดต่อเจ้าของรถ และไม่สามารถนำรถมาตรวจสอบได้ ยืนยันให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ส่วน ร.ต.อ.ภาคภูมิ ทับเคลียว รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี หรือ ผู้กองภาคภูมิ ที่ถูกพาดพิง บอกว่าไม่ใช่หัวหน้าชุดจับกุม และไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย โดยคืนเกิดเหตุพักผ่อนอยู่ที่บ้าน วันรุ่งขึ้นก็ไปปฏิบัติงานที่โรงพักคอยรับแจ้งเหตุปกติ ยืนยันไม่รู้จักกับกลุ่มวัยรุ่นทั้งสองฝ่าย

ส่วนผู้เสียหาย ทางทีมเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ได้พยายามติดต่อไป แต่ได้รับการปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์  ระบุว่าจะรอแถลงพร้อมกับทนายความ เพื่อชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น 

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง