ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

"ทนายเกิดผล"ยันเอาเรื่องคนขูดรถให้ถึงที่สุด

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 07 ก.ค. 60 เวลา 11:23:18 น.

จำนวนผู้ชม : 114

กรุณารอสักครู่...

เหตุตำรวจล้อมรถแล้วเปิดฉากยิงปืนใส่รถของกลุ่มวัยรุ่นได้รับบาดเจ็บ บริเวณศูนย์การค้าแยกบางคูวัด จ.ปทุมธานี เมื่อวานนี้ นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ ได้พาผู้เสียหายเดินทางไปที่ สภ.เมืองปทุมธานี เข้าพบพนักงานสอบสวน และผู้กำกับการ เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย โดยผู้เสียหายรับปากจะนำรถเก๋ง มิตซูบิชิ มามอบให้ตำรวจให้เร็วที่สุด เพื่อตรวจพิสูจน์วิถีกระสุนประกอบสำนวนคดี แต่ปรากฏว่า รถที่ทนายเกิดผล ขับไปจอดที่ สภ.เมืองปทุมธานี ถูกมือดีขูดรถ

รถยนต์โตโยต้า อัลติส เอสสปอร์ต ของนายเกิดผล แก้วเกิด ซึ่งจอดไว้ภายใน สภ.เมืองปทุมธานี ช่วงบ่ายวานนี้ หลังนำผู้เสียหายไปร้องขอความเป็นธรรม โดยจอดไว้ที่ช่องจอดรถของผู้กำกับการ จากนั้นพาผู้เสียหายไปออกรายการหนึ่งพบว่า ด้านข้างฝั่งคนขับถูกขูดเป็นแผลลึกยาวตั้งแต่ฝากระโปรงหน้าถึงฝากระโปรงหลัง รวมถึงบริเวณฝากระโปรงหน้าคล้ายถูกฝาเบียร์ขูด และ ที่กันชนหน้า 1 รอย โดยรถคันนี้เพิ่งออกมาใหม่ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ทนายเกิดผล ระบุว่าทั้งๆที่จอดอยู่ในโรงพักยังหาความปลอดภัยไม่ได้ เมื่อขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดทางเจ้าหน้าที่ สภ.เมืองปทุมธานี แจ้งว่ากล้องเสียจึงถอดไปซ่อม โดยวันนี้ เวลา 14.00 น.จะเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองปทุมธานี

ทีมข่าวสอบถามไปยัง พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี แจ้งว่าจุดดังกล่าวมีกล้องวงจรปิด แต่ทางสถานีตำรวจซ่อมแซมอาคารตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา จึงดำเนินการเรื่องระบบไฟฟ้าใหม่ทั้งหมด ทำให้กล้องใช้ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม จะต้องสืบสวนหาตัวคนผิดให้ได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าถ้ารถของทนายเกิดผล ถูกขูดที่ สภ.เมืองปทุมธานี ทำไมขณะเดินไปขึ้นรถไม่มีใครเห็นทั้งที่รอยขูดอยู่ฝั่งคนขับ แต่มาพบหลังขับรถออกจากสถานีตำรวจไปแล้ว

ส่วนทางคดีเมื่อวานนี้ ทนายเกิดผล ได้พานายบรรทกรณ์ อัศววงศ์อารยะ ผู้ที่อ้างว่าถูกตำรวจล้อมรถแล้วยิงได้รับบาดเจ็บ เดินทางไปที่ สภ.เมืองปทุมธานี เข้าพบพนักงานสอบสวน และผู้กำกับการ เพราะเคลือบแคลงใจว่าทำไมไม่รับแจ้งความ ทั้งนี้ ได้พูดคุยทำความเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย โดยนายบรรทกรณ์ รับปากจะนำรถเก๋ง มิตซูบิชิ ของตนมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้เร็วที่สุด เพื่อตรวจพิสูจน์วิถีกระสุนปืนประกอบสำนวนคดี ซึ่งก่อนหน้านี้พนักงานได้แจ้งให้นำรถยนต์ของกลางที่ถูกยิงมาตรวจ แต่นายบรรทกรณ์ ไม่สามารถนำรถมาให้ตรวจได้ อ้างว่าขายไปแล้วไม่ทราบชื่อคนซื้อ และ ไม่สามารถติดต่อได้  

ระหว่างที่พูดคุยกันถึงข้อเท็จจริงต่างๆ เสร็จแล้ว ทนายเกิดผล ได้ยกมือไหว้ขอโทษ ร.ต.อ.ภาคภูมิ ทับเคลียว รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี  "ผู้กองภาคภูมิ"เนื่องจากตนฟังความจากเจ้า  ทุกข์ฝ่ายเดียวข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรตนไม่ทราบและโพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คโดยไม่ได้ไตร่ตรองก่อนทำให้สื่อสารกันไปในทางที่ผิดอย่างไรก็ตามก็จะเดินหน้าขอความเป็นธรรมต่อไปหากตำรวจคิดว่ากลุ่มของนายบรรทกรณ์ทำความผิดจริงก็ให้นำหลักฐานมายืนยัน เช่น คลิปขณะปิดล้อมจับกุมอาวุธปืนและยาเสพติด สังคมจะได้รับรู้ใครผิดก็ว่าไปตามผิด

ขณะที่ นายสิระ เจนจาคะ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) สภ.เมืองปทุมธานี ยืนยันนายบรรทกรณ์จะได้รับความเป็นธรรมอย่างแน่นอน แต่ขอให้ส่งมอบรถยนต์มิตซูบิชิให้ตำรวจตรวจสอบเพราะเป็นวัตถุพยานสำคัญ 

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง