กรมการปกครอง สั่งตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องการสวมสิทธิ์"ศิวพร สุดห้วยแก้ว"

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 14 ก.ค. 60 เวลา 22:00:52 น.

จำนวนผู้ชม : 232

กรุณารอสักครู่...

ความคืบหน้ากรณี นางสาวศิวพร สุดห้วยแก้ว ที่ร้องเรียนมายังเพจข่าว 3 มิติ บอกว่า ถูกสวมสิทธิ์บัตรประชาชนมานานกว่า 14 ปี ซึ่งข่าว 3 มิติ ลงพื้นที่ตรวจสอบจนพบตัวผู้ที่สวมสิทธิ์ ตามที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดอธิบดีกรมการปกครอง มอบหมายให้สำนักทะเบียนตรวจสอบผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสวมสิทธิ์ของศิวพร โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตนี้หรือไม่ 

อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยผลการตรวจสอบกรณีชื่อของ นางสาวศิวพร สุดห้วยแก้ว ถูกแจ้งย้ายออกจากทะเบียนบ้านที่อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ และย้ายเข้าไปอยู่ ที่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี 2540 โดยมี นายอาละ อายิกุ เป็นเจ้าบ้าน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้ที่่แจ้งย้ายปรากฏลายมือชื่อของนางมาลัย เดือนสว่าง ซึ่งเป็นยายของศิวพร สุดห้วยแก้ว 

ขณะที่ทีมข่าว 3 มิติ ตรวจสอบข้อมูลนี้กับนางวาสนา สุดห้วยแก้ว แม่ของนางสาวศิวพร และเป็นลูกสาวนางมาลัย ชี้แจงว่า ก่อนที่นางมาลัยจะเสียชีวิตเคยยืนยันกับทุกคนในครอบครัวว่าไม่เคยไปแจ้งย้าย ทำให้ครอบครัวสงสัยว่าชื่อของศิวพรถูกแจ้งย้ายไปที่เชียงใหม่ และมีผู้สวมสิทธิ์ได้อย่างไร ประเด็นนี้อธิบดีกรมการปกครอง บอกว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สำนักบริหารการทะเบียน ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้องการสวมสิทธิ์ด้วยหรือไม่ 

นอกจากนี้อธิบดีกรมการปกครอง ระบุว่า หลังจากเจ้าหน้าที่สอบปากคำและตรวจสอบพยานหลักฐานทั้งหมด กรมการปกครองก็จะคืนสิทธิ์ให้ ศิวพร สุดห้วยแก้ว ผู้ร้องเรียนโดยเร็ว ขณะที่ผู้สวมสิทธิ์ของศิวพร ที่อยู่จังหวัดเชียงราย เบื้องต้นจะต้องเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติ 

ส่วนความผิดทางคดีนั้น ผู้สวมสิทธิ์และผู้เกี่ยวข้อง ถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติทะเบียนราษฏร ปี 2551 มาตรา 50 ระบุว่า ผู้ใด ทำใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้าน หรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท

หลังจากที่ข่าว 3 มิติ นำเสนอข่าวการถูกสวมสิทธิ์ของ ศิวพร สุดห้วยแก้ว ปรากฏว่ามีผู้ร้องเรียนผ่านเพจข่าว 3มิติ เข้ามาอีกหลายราย โดยอธิบดีกรมการปกครอง ยืนยันว่า หากประชาชนที่มั่นใจว่าตนเองถูกสวมสิทธิ์บัตรประชาชน สามารถนำหลักฐานที่สามารถยืนยันตัวบุคคล นำไปแจ้งที่สำนักทะเบียนของแต่ละจังหวัด เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการพิสูจน์สิทธิ์

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง