พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ญาติร้องลูกสาวถูกแฟนหนุ่มลวงฆ่า 13 ปี คดีไม่คืบ

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 01 ส.ค. 60 เวลา 11:12:05 น.

จำนวนผู้ชม : 418

กรุณารอสักครู่...

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2547 เกิดคดีฆาตกรรมข้าราชการสาวสรรพสามิตซี 6 ถูกแฟนหนุ่มลวงไปฆ่าในห้องเช่าแห่งหนึ่งภายในซอยคู้บอน 4 โดยใช้ผ้าพันเป็นเกลียวคล้ายเส้นเชือกรัดคอจนสิ้นใจตายคามือ สาเหตุเพราะนอกใจ ผ่านมา 13 ปี ยังจับคนร้ายไม่ได้ ขณะที่ญาติผู้ตายออกมาเรียกร้องอยากให้ตำรวจจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ก่อนคดีหมดอายุความ

นายภาสกร รำจวนจร ผู้ต้องหาฆ่านางสาวสุกัญญา ทิราชีพ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2547 ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี อนุมัติออกหมายจับคนร้ายลงวันที่ 19 สิงหาคม 2547 ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ทุกวันนี้ผ่านมา 13 ปี ผู้ต้องหายังคงหนีลอยนวล  

โดยผู้ตายคบหากับแฟนหนุ่มมานานกว่า 8 ปี แต่เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม ปี 2547 นางสาวสุกัญญา ต้องการเลิกคบกับนายภาสกร แต่นายภาสกรไม่ยอมเลิก และตามไปขอคืนดีอยู่ตลอดซึ่งนางสาวสุกัญญา ปฏิเสธ กระทั่งวันที่ 7 สิงหาคม นายภาสกร โทรศัพท์ไปหาบอกว่า"จะเลิกกันไม่เป็นไร แต่ขอให้นำจดหมายที่เคยเขียนไปหามาคืน"พร้อมขู่ว่าถ้าไม่ออกมาพบจะฆ่าคนในบ้านตายทั้งหมด ด้วยความที่นางสาวสุกัญญารักครอบครัว จึงออกจากบ้านไปที่ห้องเช่าของนายภาสกร เพื่อนำจดหมายไปคืน

ห้องเช่าสถานที่ใช้ฆาตกรรมเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2547 มีพยานเห็นนางสาวสุกัญญา ออกไปซื้อของแล้วกลับมาที่ห้องเช่าแห่งนี้ คาดว่าทั้ง 2 คน น่าจะมีปากเสียงกัน  นางสาวสุกัญญา ขอเลิก นายภาสกรโมโหจึงใช้กางเกงขาก๊วยบางๆ พันเป็นเกลียวคล้ายเชือกผูกม้วนรัดรอบลำคอแฟนสาวจนเสียชีวิต จากนั้นปิดประตู ล็อคกุญแจ แล้วหลบหนี

ขณะที่เจ้าของห้องเช่า ไม่ยอมให้ข้อมูลใดๆ เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อคนที่มาเช่าอาศัย และไม่ต้องการให้ใครทราบว่าที่นี่มีคนตาย

ผู้สื่อข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ลงพื้นที่ไปที่บ้านของผู้ตายพบ นายบวร ทิราชีพ พี่ชายของผู้ตาย เล่าว่าก่อนที่นายภาสกร จะหลบหนีได้โทรศัพท์ไปบอกเพื่อนของนางสาวสุกัญญาว่า"ญาถูกฆ่าตายอยู่ในห้องพักหาให้เจอนะ"จากนั้นเสียงก็เงียบหายไป เพื่อนคนดังกล่าวพยายามโทรฯหานางสาวสุกัญญา แต่ไม่สามารถติดต่อได้ จนมาทราบว่านางสาวสุกัญญา ถูกฆ่าตาย

โดยทางญาติของผู้ตาย อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุดเพราะอีก 7 ปี จะหมดอายุความแล้ว ที่ผ่านมาตำรวจไม่เคยติดต่อญาติ มีแต่ญาติที่ติดต่อถามความคืบหน้าของคดี 

ขณะที่ พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผู้กำกับการ สน.คันนายาว ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามสืบสวนคดีมาโดยตลอด ทั้งลงพื้นที่ตามภูมิลำเนาในจังหวัดสงขลา และบ้านญาติย่านสะพานสูง แต่ไม่พบตัว ตรวจสอบข้อมูลบัตรประชาชนพบหมดอายุไปตั้งแต่วันที่  14 กรกฎาคม 2549 ก็ไม่พบผู้ต้องหาไปติดต่อขอทำบัตรใหม่ ทำให้ยากในการติดตามตัว  

13 ปี จับคนร้ายไม่ได้ ญาติหมดหวังกลัวจะไปก่อเหตุกับคนอื่นอีก จึงร้องไปยังนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานคณะกรรมการเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ช่วยเร่งรัดคดี โดยทนายสงกานต์ ได้ประสานไปยัง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ซึ่งรับทราบเรื่องนี้แล้ว พร้อมสั่งการให้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อติดตามคดี และเร่งล่าตัวคนร้ายให้ได้ คาดว่าภายในวันศุกร์นี้น่าจะมีข่าวดี

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง