การประเมินสถานการณ์น้ำผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 01 ส.ค. 60 เวลา 22:15:56 น.

จำนวนผู้ชม : 95

กรุณารอสักครู่...

ผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติแนะนำให้เกิดการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่รูปแบบใหม่ เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน หลังพบปัญหาการขยายตัวของชุมชนเข้าสู่พื้นที่แก้มลิง ทำให้พื้นที่เดิมที่เคยรับน้ำหายไป จนมาสู่ปัญหาน้ำท่วมขัง ขณะที่สถานการณ์น้ำโดยรวมในประเทศขณะนี้ แม้จะคลี่คลายแล้วใน 33 จังหวัด แต่ยังมีอีก 10 จังหวัดที่ยังคงประสบกับปัญหาอุทกภัยในครั้งนี้อยู่

ภาพเปรียบเทียบ บึงหนองหาน ในจังหวัดสกลนคร หนึ่งในพื้นที่ประสบอุทกภัย ระหว่างปี 2547 และ ปี 2560 ที่ข่าว 3 มิติ ได้รับมาจากทางสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า เพื่อแสดงถึงความเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ หลังเริ่มมีบ้านเรือนของประชาชนเข้าไปตั้งถิ่นฐานกันมากขึ้นบริเวณโดยรอบบึง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พื้นที่แก้มลิง เช่น ป่าบุ่งและป่าทาม ที่เคยรับน้ำในบริเวณนี้หายไป ส่งผลให้หลายพื้นที่ในละแวกนี้ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาสูงถึง 250 มิลลิเมตร

ดร. อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายน้ำแห่งชาติ หรือ กนช. ระบุว่า แม้ในขณะนี้จะยังไม่สามารถประเมินประเภทของความเสียหายจากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้ได้ แต่จากภาพถ่ายดาวเทียมในขณะนี้สามารถประมาณการณ์ได้ว่า มีพื้นที่ความเสียหายทั่วประเทศแล้ว กว่า 2.3 ล้านไร่ แบ่งเป็นพื้นที่การเกษตรประมาณ 2.2 ล้านไร่ และ ที่อยู่อาศัย 1 หมื่นไร่ โดยสำหรับเหตุการณ์ลักษณะนี้มักจะเกิดขึ้นในรอบหลายสิบปี ซึ่งหากจะแก้ไขปัญหาในระยะยาวก็จะต้องวางแผนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ใหม่ทั้งหมด แต่ก็อาจเกิดปัญหาการเวนคืนที่ดินตามมา

สำหรับสถานการณ์น้ำทั่วประเทศในขณะนี้ ยังคงมีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอยู่อย่างต่อเนื่อง เช่นที่ คำชะโนด ในอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี จากการตรวจสอบระดับน้ำล่าสุด จุดที่ลึกที่สุดยังอยู่ที่ บริเวณศาลปู่ศรีสุทโธ ระดับน้ำประมาณ 1 เมตร 50 เซนติเมตร ขณะที่รอบ ๆ เกาะคำชะโนด ก็ยังมีน้ำท่วมขังในระดับสูง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทางอำเภอบ้านดุง จึงต้องงดให้ประชาชนเข้าสักการะปู่ศรีสุทโธออกไปก่อน แต่สำหรับผู้ที่ตั้งใจเดินทางมาสักการะ ก็ได้มีการจัดพื้นที่บางส่วนไว้ให้สามารถมาขอพรได้ โดยสาเหตุที่ระดับน้ำบริเวณคำชะโนดเพิ่มสูงขึ้น นอกจากน้ำฝนในพื้นที่แล้ว ยังมีน้ำจากพื้นที่อื่น ๆ ไหลมาสมทบจึงทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นตลอดเวลาซึ่งถ้าสถานการณ์อยู่ในลักษณะนี้ ชาวบ้าน บอกว่าน่าจะใช้เวลาเกือบ 3 เดือน จึงจะเข้าสู่ภาวะปกติ

ล่าสุดกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานว่า มีจังหวัดที่สถานการณ์น้ำคลี่คลายแล้ว 33 จังหวัด แต่ยังมีจังหวัดที่ยังได้รับผลกระทบอยู่อีก 10 จังหวัด คือ ที่ จังหวัดสกลนคร ร้อยเอ็ด นครพนม นครราชสีมา กาฬสินธุ์ ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 10 คน และ สูญหายอีก 3 คน ทางกองอำนวยการจึงขอประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ท้ายเขือนลำปาวทั้ง 4 จังหวัด และพื้นที่ใกล้เคียงให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำหลังมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนจำนวนมาก

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง