ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

พล.อ.ประวิตร ให้นายกฯ ตัดสินใจขั้นตอนทูลเกล้าฯ พระสังฆราช

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 16 ก.พ. 59 เวลา 21:39:53 น.

จำนวนผู้ชม : 641

กรุณารอสักครู่...

การยื่นข้อเรียกร้อง 5 ข้อ ของเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เมื่อวานนี้ โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่ารัฐบาลไม่แทรกแซง การทำงานของมหาเถรสมาคม มีเพียงเป็นผู้ทูลเกล้าเสนอชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย  ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงระบุ จะทูลเกล้าเสนอชื่อได้ก็ต่อเมื่อไม่มีความขัดแย้ง

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ซึ่งเป็นผู้รับข้อเรียกร้อง  5 ข้อ จากพระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เมื่อวานนี้ ยืนยันอีกครั้งว่าโดยภาพรวมแล้วยอมรับได้ ยกเว้นประเด็น เรื่องกำหนดให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญและละเอียดอ่อน ต้องหารือวงกว้าง

ส่วนการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ยืนยันว่าเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย ที่ต้องรอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาก่อนทูลเกล้า ซึ่งเห็นว่าควรเป็นช่วงที่ไม่มีความขัดแย้ง

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งดูแลด้านกฎหมายของรัฐบาล ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีสิทธิ เข้าไปยุ่งหรือ แทรกแซงกิจการของสงฆ์อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลนี้ หรือรัฐบาลใดในอดีต  ทั้งในการแต่งตั้ง พระสงฆ์ในระดับพระครู  เจ้าคุณ หรือพระสังฆราช แต่กฎหมายอนุญาตให้รัฐบาล เกี่ยวข้องในแง่ที่มีหน้าที่ต้องทูลเกล้าเสนอรายชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช โดยนายกรัฐมนตรี เป็นผู้สนองพระบรมราชโอการ

นายกฤษศญพงษ์ ศิริ  อธิบดีกรมการศาสนา ระบุว่าที่ผ่านมากรมการศาสนาทำหน้าที่เชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาหารือ ในประเด็นการส่งเสริมกิจกรรมทางพุทธศาสนาเป็นหลัก ส่วนข้อเสนอให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาตินั้น ต้องฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน ส่วนความเคลื่อนไหวในอีกประเด็น วันนี้นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช. ยื่นเรื่องต่อ เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบการละเลยไม่ปฏิบัติหน้าที่ของมหาเถรสมาคม และสำนักงาน พระพุทธ ศาสนาแห่งชาติ โดยอ้างถึงการไม่ดำเนินการตามพระลิขิตของสมเด็จพระญานสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาปรินายก ที่ทรงใช้พระอำนาจตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ วินิจฉัยให้พระธัมมชโย ต้องอาบัติปาราชิกพ้นจากสมณเพศไปแล้ว เมื่อปี2542 ซึ่งมีผลตามกฎหมาย และมหาเถรสมาคมให้การรับรองคำวินิจฉัยแล้ว

แต่ในชั้นการส่งเรื่องประกาศผลคำวินิจฉัย กลับพบว่ามหาเถรสมาคม ไม่ดำเนินการให้พระธัมมชโยสละสมณเพศ อีกทั้งเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2559 ที่ผ่านมา มหาเถรสมาคม ยังมีมติว่าการดำเนินการตามพระลิขิตนั้นถือว่าสิ้นสุดไปแล้ว ทั้งที่ยังไม่ดำเนินการจึงขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบวินิจฉัย

ขณะที่ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยกรณีที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ตรวจสอบ พระธัมมชโย คดีรับเงินบริจาค สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นว่า อัยการส่งความเห็นกลับมายังดีเอสไอแล้ว  คาดว่ากระบวนการกำหนดฐานความผิดและขั้นตอนการฟ้องร้อง จะชัดเจนภายในเดือนนี้  ซึ่งยืนยันไม่ใช่เรื่องเจาะจงเป็นรายบุคคล แต่เป็นระบบที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึง กรณีการตรวจสอบรถเบนซ์ หมายเลขทะเบียน ขม.99 ที่มีชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นผู้ครอบครอง ซึ่งพลเอกไพบูลย์ระบุว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ รายงานแล้วว่ารถยนต์คันนี้มีขั้นตอนนำเข้าที่ผิดกฎหมาย ส่วนผู้ครอบครองในกรณีนี้ จะมีความผิดด้วยหรือไม่ ยังต้องรอการสอบสวนของดีเอสไอ ซึ่งจะชี้แจงอย่างเป็นทางการในเช้าวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง