พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มือปืนฆ่าฝัง 3 ศพอ้างไม่ได้ขัดแย้งเรื่องยาเสพติด แต่โมโหที่ขโมยเงิน

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 16 ส.ค. 60 เวลา 11:23:43 น.

จำนวนผู้ชม : 124

กรุณารอสักครู่...

คดีฆ่าฝังดิน 3 ศพ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คลี่คลายแล้ว เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 คน เป็นกลุ่มที่มานั่งดื่มสุราด้วยกัน นายแจ๊วหนึ่งในผู้ต้องหา รับสารภาพโมโหที่ผู้ตายขโมยเงินไป 5,000 บาท ขณะนั่งอยู่ในกระท่อมจุดเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้ขอเงินคืนแต่ผู้ตายไม่ยอมคืน จึงนำปืนออกมายิงเรียงคนก่อนนำศพไปฝังดินอำพราง คุณวัชรา  ตาคำ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่แกะรอยคดีนี้ตั้งแต่ต้นจนนำไปสู่การจับกุม

หลุมดิน 2 หลุมมีร่องร่อยการขุดใหม่ ๆ ลึกประมาณ 1 เมตร ริมคลองโคกทอง พื้นที่ตำบลบ้านนา เป็นจุดที่มีคนไปพบศพของนายสำรวย วงษ์อักษร อายุ 32 ปี นายสมพาล บุญสนุน อายุ 39 ปี และ นายไพรรัช หอมชะเอม อายุ 35 ปี ถูกฆาตกรรมฝังดิน หลุมแรกเป็นศพนายสำรวย สภาพศพเน่าเปื่อย ที่กระเป๋ากางเกงพบยาบ้า 7 เม็ด ส่วงหลุมที่2 เป็นศพนายไพรรัช ถูกยิงที่หน้าท้อง 1 นัด หน้าอก 1 นัด และ นายสมพาล ฝังอยู่หลุมเดียวกัน ถูกยิงกลางหลัง 1 นัด สะโพกซ้าย 1 นัด  

ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ ห่างจากกระท่อม และยอยกปลา 25 เมตร เจ้าหน้าที่พบโทรศัพท์มือถือถูกเผา 3 เครื่อง ซึ่งเป็นของผู้ตาย และร่องรอยเศษผ้าถูกเผา ห่างออกไปประมาณ 300 เมตร จากจุดพบพบโทรศัพท์พบรอยหญ้าเป็นทางราบ เจ้าหน้าที่ประดาน้ำจึงลงค้นหา กระทั่งพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า เมท สีแดงขาว และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีเหลือง ถูกทิ้งอยู่ในคลอห่างจากจุดพบศพ 500 เมตร ญาติ ยืนยันว่ารถจักรยานยนต์ และ โทรศัพท์ทั้ง 3 เครื่อง เป็นของผู้ตาย

นายจีรพงศ์ บุญเสริม พี่เขยของนายสมพาล บอกว่าน้องชายหายออกไปจากบ้านพร้อมรถจักรยานยนต์ ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 6 ส.ค.จึงออกตามหาตามบ้านเพื่อน และญาติ แต่ไม่พบ จนพบเป็นศพจำได้ว่านายสมพาล สักรูปมังกรคู่ที่หลัง 

สำหรับนายสมพาล บุญสนุน เคยต้องโทษคดีเสพยาเสพติด เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2550 พื้นที่ สภ.มหาราช เเละต้องโทษคดีครอบครองยาเสพติด เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2558 พื้นที่ จ.อ่างทอง , นายไพรรัช หอมชะเอม ไม่มีประวัติต้องโทษคดี และนายสำรวย วงษ์อักษร เคยต้องโทษคดีเสพยาเสพติด เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2555 เเละต้องโทษคดีเสพยาเสพติดในขณะขับขี่ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2556 พื้นที่ สภ.มหาราช

วัตถุพยานพบในที่เกิดเหตุ โดยยึดเรือ 1 ลำ ที่ใช้ขนศพไปฝังซึ่งถูกทิ้งไว้บริเวณกลางทุ่งนา ห่างจากจุดฝังศพประมาณ 2 กิโลเมตร รวมถึงจอบและเสียมที่ผู้ต้องหานำไปขุดดินฝังศพ รองเท้าแตะ หมวก ถุงมือผ้า เคียวเกี่ยวข้าว รองเท้าบูทสีส้ม กระป๋องเบียร์ ที่พบบริเวณกระท่อมจุดที่ผู้ตาย และผู้ต้องหา รวม 5 คน พากันไปนั่งดื่มสุรา

คดีนี้เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน คือ นายกริษณ์ นิ่มน้อย หรือนายแจ๊ว อายุ 42 ปี (มือยิง) เคยต้องโทษคดีร่วมกันปล้นฆ่าเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2555 พื้นที่ สภ.ไชโย จังหวัดอ่างทอง ติดคุก 13 ปี  และ นายจรัล สังข์วิเศษ หรือ นายเอ๋ อายุ 40 ปี ทำหน้าที่ทำลายหลักฐาน ทั้ง 2 คน ถูกแยกสอบปากคำคนละห้องอย่างเคร่งเครียด ที่ สภ.มหาราช นานกว่า 48 ชั่วโมง ให้การรับสารภาพร่วมกันลงมือฆ่าจริง ภายในกระท่อมริมคลองโคกทอง บริเวณยอยกปลาพ่อของนายเอ๋ หนึ่งในผู้ต้องหา และเป็นจุดที่ผู้ต้องหา และผู้ตายรวม 5 คน พากันไปนั่งดื่มสุรา

ขณะที่พลตำรวจเอก เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตามคดี ระบุว่าขณะนี้อยู่ระหว่างสอบปากคำเพิ่มเติมว่ามีใครเกี่ยวข้องอีกบ้าง  ยืนยันสาเหตุมาจากความขัดแย้งเรื่องยาเสพติดซึ่งอาจต้องขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการรายใหญ่ ข้อมูลของตำรวจ เปิดเผยคำสารภาพของผู้ก่อเหตุว่า โกรธแค้นนายสำรวยที่หักหลังเรื่องยาบ้าประมาณ 6,000 เม็ด จึงต้องการแก้แค้นจึงลงมือยิงภายในกระท่อม สถานที่นัดดื่มสุรากันทุกเย็น และเป็นแหล่งมั่วสุมของกลุ่มวัยรุ่น

ขณะที่นายกริษณ์หรือแจ๊ว มือยิงปืนอ้างว่า  ไม่ได้ขัดแย้งกันเรื่องยาเสพติด แต่โมโหที่ผู้ตายทั้งสามคนขโมยเงินของตน 5,000 บาท ระหว่างที่นั่งดื่มสุราอยู่ภายในกระท่อมคืนวันที่ 6 สิงหาคม เวลาประมาณ 20.00 น.  เมื่อทวงถามขอเงินคืนผู้ตายไม่ยอมคืนกลับท้าทายบอกว่าถ้าอยากได้ให้ไปแจ้งความ จึงเดินออกไปเอาปืนขนาด 9 มม. ที่ฝังดินไว้ห่างจากกระท่อม 50 เมตร มายิงขู่ขึ้นฟ้า 3 นัด  และยิงนายสมพาลเป็นคนแรก นายสำรวยเป็นคนที่ 2 และยิงนายไพรรัชเป็นคนสุดท้าย  รวมทั้งหมด 13 นัด  จากนั้นร่วมกับนายจรัลหรือเอ๋นำศพขึ้นเรือไปฝังอำพรางตรงข้ามฝั่งคลองเพราะกลัวคนเห็น  ทีแรกตั้งใจฝังรวมกัน 3 ศพ แต่ศพนายสำรวยเริ่มแข็ง จึงขุดหลุมแยกฝังต่างหาก   จากนั้นก็แยกกันหลบหนีโดยที่นายกริษณ์หรือแจ๊ว กลับไปใช้ชีวิตตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจนถูกจับกุมได้ในที่สุด  

ปืนที่นำมาก่อเหตุนายกริษณ์ ซื้อมาจากเพื่อนที่ติดคุกด้วยกันราคา 70,000 บาท หลังลงมือยิงได้นำปืนไปฝังดินบริเวณคอสะพานบ้านโพธิ์ประสิทธิ์ หมู่ 4 ตำบลบ้านนา  เจ้าหน้าที่นำตัวไปชี้จุด พบปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก พร้อมกระสุน 4 ลูก  ปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน 43 ลูก  อุปรกรณ์ล้างปืน 1 ชุด ถูกใส่ไว้ในกระเป๋าผ้าและใส่ไว้ในถุงกระสอบอีกชั้นหนึ่ง ฝังดินแล้วใช้หญ้ากลบไม่ให้ใครรู้ คดีนี้เจ้าหน้าที่ใช้เวลาไม่ถึง 2 อาทิตย์ ในการแกะรอยติดตามตัวคนร้าย

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง