พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

'น้ำมนต์'ยันพ่อแม่ไม่เกี่ยว คดีลวงผู้ชายแต่งงาน

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 09 ก.ย. 60 เวลา 13:16:16 น.

จำนวนผู้ชม : 484

กรุณารอสักครู่...

ความคืบหน้าจากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “ตีแผ่” โพสต์ภาพพร้อมข้อความเตือนภัย กรณี น้ำมนต์ หญิงสาวคนหนึ่งก่อเหตุหลอกลวงผู้ชายไปแต่งงานด้วยก่อนจะหอบสินสอดหลบหนี ซึ่งเพียงเดือนเดียวหลอกไปแล้วถึง 4 คน แต่ละรายเสียเงินและทรัพย์สินเป็นเงินหลักแสนบาท ก่อนที่ผู้เสียหายจะสืบสาวราวเรื่องกันจนพบว่า มีคนถูกหลอกเหมือนกัน จนรวมตัวกันเป็นกลุ่มผู้เสียหายได้ และเมื่อพาตัวไปดำเนินคดีก็หลบหนีออกไปจากโรงพัก โดยผู้เสียหายรายหนึ่งเชื่อว่าฝ่ายหญิงทำคุณไสยใส่ เป็นเหตุให้เชื่อและทำตามทุกสิ่งที่ฝ่ายหญิงบอกนั้น

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (8 ก.ย.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วยผู้บังคับการปราบปราม แถลงการจับกุม นางสาวจริยาภรณ์ บัวใหญ่ หรือ น้ำมนต์ หรือ พร ผู้ต้องหาที่หลอกลวงผู้เสียหายแต่งงานและเชิดสินสอดไปกว่า 14 ราย มูลค่าความเสียหายตั้งแต่รายละ 1-5 แสนบาท

โดยกองปราบปรามใช้หมายจับจาก สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ในข้อหาลักทรัพย์จากบ้านเช่าที่ใช้หลอกเหยื่อมาแต่งงาน 2 ราย ในย่านรังสิต-นครนายก คลอง 3 มาจับผู้ต้องหาได้ในพื้นที่ ต.กระทุ่มล้ม จ.นครปฐม ในช่วงค่ำของวันก่อน โดยสามารถจับกุม นายกิตติศักดิ์ ตันติวิวัฒน์กุล สามีที่แต่งงานกันในช่วงปี 2558 ที่มีหมายจับฉ้อโกงจากในพื้นที่ จ.จันทบุรี ด้วยเช่นกัน ซึ่งในส่วนของนายกิตติศักดิ์นี้ทำหน้าที่ขับรถพา น.ส.จริยาภรณ์ เดินทางไปที่ต่างๆ ซึ่งจะเข้าข่ายในการกระทำผิดร่วมกับ น.ส.น้ำมนต์ หรือไม่ ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบว่ามีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่ หากพบว่าเข้าข่ายก็จะดำเนินการแจ้งข้อหาร่วมกระทำผิดด้วย

พล.ต.ท.ฐิติราช ระบุว่า จากการสอบปากคำเบื้องต้น น้ำมนต์ รับสารภาพว่ารู้จักกับ น.ส.สร้อยเพชร พาลีวัลย์ ผ่านเพื่อนอีกต่อหนึ่ง ก่อนที่จะขโมยบัตรประชาชนของ น.ส.สร้อยเพชร เมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว มาเปิดบัญชีธนาคารเพื่อใช้ในการรับโอนเงินค่าสินสอด แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะหลอกผู้ชายให้แต่งงานด้วย

ด้านการเอาผิดในฐานความผิดฉ้อโกงสินสอด เบื้องต้น พล.ต.ท.ฐิติราชระบุว่า กองปราบปรามจะดำเนินการเอาผิดในฐานฉ้อโกงที่เป็นปกติธุระ ตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 341 โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ซึ่งเป็นฐานความผิดที่สามารถนำไปสู่การยึดทรัพย์ได้ เนื่องพฤติกรรมแบบนี้เชื่อได้ว่าเป็นการจงใจที่จะหลอกลวงผู้เสียหายเพื่อเอาทรัพย์ที่เป็นสินสอด ไม่ใช่การตั้งใจจะแต่งงานเพื่อเป็นสามีภรรยากันตามปกติ

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสามารถยึดรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ แคป สีดำ และรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน ซิลฟี สีขาว ได้ขณะเข้าจับกุม ซึ่งรถกระบะวีโก้สีดำเป็นรถยนต์ของ นายไพรัตน์ พึ่งสุข ผู้เสียหายรายที่ 8 ที่โดนหลอกให้แต่งงานและเสียค่าสินสอดจำนวนกว่า 1.8 แสนบาท และเงินร่วมลงทุนทำธุรกิจอีกกว่า 1.2 แสน รวมถึงรถยนต์กระบะคันดังกล่าว ซึ่งผู้เสียหายจะเดินทางมาพร้อมทนายความเพื่อขอรับรถยนต์คืนในวันนี้ด้วย ส่วนรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน สีขาว เป็นรถยนต์ที่น้ำมนต์ใช้ในการเดินทางไปกลับบ้านเช่าที่ใช้เป็นเรือนหอที่ จ.ปทุมธานี ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นรถของใครและเกี่ยวข้องจากการฉ้อโกงหรือไม่

ขณะที่น้ำมนต์ ระบุเพียงสั้นๆ ว่า ไม่ได้หลอกแต่งงานและแต่งงานด้วยความรัก ไม่ได้หลอกลวง โดยทุกคนมีระยะเวลาในการคบหาดูใจ และแต่งงานด้วย 7 รายเท่านั้น ส่วนที่เหลือน่าจะเป็นยอดที่รวมเอาผู้เสียหายจากการฉ้อโกงมากกว่า และขอยืนยันว่ามีธุรกิจผลไม้อยู่จริง พร้อมกันนี้ยังยืนยันว่า พ่อและแม่ไม่มีส่วนรู้เห็นทราบแต่ว่าตนได้เลิกลากับสามีคนเก่าจึงแต่งงานใหม่เพียงเท่านั้น ส่วนรถกระบะสีดำเป็นการให้มาโดยสมัครใจของนายไพรัตน์ที่นำรถมาให้ในพื้นที่ระยองด้วยตนเอง ไม่ได้ยักยอกทรัพย์มาแต่อย่างใด

ด้าน นายไพรัตน์ พึ่งสุข หนึ่งในผู้เสียหาย และเป็นเจ้าของรถกระบะสีดำที่น้ำมนต์นำไปใช้ ระบุว่า หลังจากแต่งงานในบ้านพักในพื้นที่ปทุมธานีแล้วได้เดินทางกลับไปอยู่ที่บ้านพักของตนเองใน จ.เพชรบูรณ์ ก่อนที่น้ำมนต์จะขอยืมรถโดยอ้างว่าจะออกไปซื้อของ และหายตัวไปพร้อมรถยนต์ของตนเองติดต่อไม่ได้ จึงได้เดินทางไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองระยอง เพื่อเอาผิดในฐานยักยอกทรัพย์ ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นจากกองปราบปรามแล้วจะเดินทางไป สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เพื่อแสดงหลักฐานในคดีที่น้ำมนต์นำรถยนต์ของตนเองไปใช้ในการลักทรัพย์จากบ้านเช่าในพื้นที่ปทุมธานีเพื่อความบริสุทธิ์ใจ

ขณะที่ ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ระบุว่า ล่าสุดพบผู้เสียหายรายที่ 14 เป็นข้าราชการทหารจาก จ.ปราจีนบุรี ที่กำลังเดินทางมายังกองปราบปรามเพื่อแจ้งความดำเนินคดีอีกครั้ง

ด้าน นายวิพล โพธิสุวรรณ หนึ่งในผู้เสียหาย ระบุว่า รู้สึกสบายใจที่เจ้าหน้าที่สามารถจับตัวน้ำมนต์ได้แล้ว ซึ่งพฤติกรรมของน้ำมนต์ ยอมรับว่ามีการใช้มารยาหญิงในการหว่านล้อม เริ่มจากการพูดคุยชักชวนทำธุรกิจ สร้างความรู้สึกมั่นคงก่อนจะขยายความสัมพันธ์มาในเชิงชู้สาวและตนก็ตกหลุมพราง จนโดยเฉพาะคำพูดหวานๆ และการพูดคุยที่เหมือนเป็นห่วงเป็นใย

ทั้งนี้จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่า น.ส.จริยาภรณ์ หรือ น้ำมนต์  มีหมายจับจำนวน 5 หมายจับ คือ หมายจับลักทรัพย์ในเวลากลางคืน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี, ร่วมกันฉ้อโกง สภ.ท่าใหม่ จ.จันทรบุรี, ยักยอกทรัพย์ สภ.เมืองระยอง จ.ระยอง, ฉ้อโกงทรัพย์ สภ.ท่าแซะ จ.ชุมพร และฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสาร สภ.วังสะพุง จ.เลย

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง