มาตรการป้องปรามนักซิ่ง ปกป้องผู้บริสุทธิ์

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 29 ก.ย. 60 เวลา 22:28:52 น.

จำนวนผู้ชม : 573

กรุณารอสักครู่...

ผู้ที่ชอบขับรถ หรือแซง ในลักษณะหวาดเสียว เสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินผู้อื่น แม้ยังไม่เกิดอุบัติเหตุ แต่ก็มีสิทธิ์ได้รับการลงโทษ ถึงขั้นริบรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ รวมถึงอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ได้ โดยสำนักงานอัยการสูงสุด ส่งหนังสือเวียนแจ้งพนักงานอัยการทั่วประเทศ ให้ใช้ดุลพินิจ ขอให้ศาลลงโทษทั้งริบทรัพย์ เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ และเพิ่มโทษจำคุก ต่อผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.จราจรปี 2522 กรณีขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น

หนังสือเวียนจากสำนักงานอัยการสูงสด  เรื่องซักซ้อมความเข้าใจการดำเนินคดีความผิดฐานขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย หรือหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น มีใจความ สำคัญสรุปได้ว่า การขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย หรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ทำให้เกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการแข่งรถ ประลองความเร็ว

สำนักงานอัยการสูงสุด จึงกำหนดแนวทางในการดำเนินคดีประเภทนี้ โดยให้พนักงานอัยการใช้ดุลพินิจ ขอให้ศาลสั่งริบของกลางที่เป็นทรัพย์สินใช้ในการกระทำความผิด และให้นำมาตรการขอใช้วิธีการเพื่อความปลอดภัยประเภทเรียกประกันทัณฑ์บน  การพักหรือถอนใบอนุญาตขับขี่ ตลอดถึงการขอให้ศาลลงโทษในอัตราขั้นสูง และขอเพิ่มโทษด้วย ซึ่งการขอให้ศาลลงโทษตามแนวทางดังกล่าว ได้มีคำพิพากษาศาลฏีกาไว้เป็นบรรทัดฐานรองรับไว้

โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด อธิบายกับทีมข่าวว่า สำนักงานอัยการสูงสุดเคยมีแนวทางดำเนินคดีดังกล่าวไว้ ตามหนังสือเวียนถึงพนักงานอัยการ เมื่อปี 2549 กรณีกระทำผิด ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ปี 2522 มาตรา 43 (8) ประกอบมาตรา 160 วรรคสาม ไว้โดยเฉพาะ

แต่ที่ผ่านมามีสำนักงานอัยการบางแห่ง เข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการใช้ดุลพินิจ คือไม่ขอให้ศาลริบทรัพย์ หรือไม่ขอใช้มาตรการลงโทษอื่น ๆ ตามดุลพินิจที่เห็นว่าจำเป็นซึ่งนอกจากจะทำให้ ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันแล้ว ยังอาจไม่เป็นการปกป้องสังคมจากผู้ที่ขับรถยนต์ โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น

โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ยกตัวอย่างกรณีขับรถประมาท หวาดเสียว แซงหรือปาดหน้าอย่างอันตราย แม้ยังไม่เกิดอุบัติเหตุใด แต่หากถูกจับดำเนินคดี พนักงานอัยการ สามารถใช้ดุลพินิจ ขอให้ศาลสั่งริบทรัพย์คือรถคันดังกล่าวได้

ขณะที่รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ย้ำว่า มาตรการดังกล่าวเพื่อป้องกันสังคม ผู้ใช้รถใช้ถนนอื่น ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของผู้ขับรถโดยประมาท

พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522  มีมาตราหลัก ที่เป็นข้อห้ามผู้ขับขี่รถยนต์ ตามมาตรา 43 กำหนดไว้ 9 ข้อ ซึ่งหนังสือเวียนสำนักงานอัยการสูงสุดนี้ เจาะจงไปที่ข้อ 8 คือขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ซึ่งถือเป็นมาตรการป้องกันสังคมไม่ให้เป็นเหยื่อของผู้กระทำผิดในข้อดังกล่าว หลังจากก่อนหน้านี้ ความผิดในข้อ 2 ฐานขับรถขณะเมาสุรา ซึ่งเป็นอันตรายต่อสังคม ถูกปรับแก้กฏหมายโดยเพิ่มโทษผู้กระทำผิดให้หนักเช่นกัน

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง