สมุทรปราการ-ลำเลียงเรือผลักดันน้ำ 30 ลำไปเพชรบุรี

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 23 พ.ย. 60 เวลา 08:30:42 น.

จำนวนผู้ชม : 179

กองทัพเรือเร่งลำเลียงเรือผลักดันน้ำจำนวน 30 ลำ พร้อมอุปกรณ์ และกำลังพล  ไปช่วยประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม 3 อำเภอในจังหวัดเพชรบุรี  หลังฝนตกหนักประกอบกับปริมาณน้ำจำนวนมากที่เร่งระบายออกจากเขื่อนเพชรบุรี

เมื่อเวลา 00.30 น.ที่ผ่านมา พลเรือตรี วัตรกิจ ยกสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการอู่ทหารเรือ ป้อมพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ ในฐานะหัวหน้าชุดเฉพาะกิจเรือผลักดันน้ำ กองทัพเรือ เป็นประธานปล่อยขบวนเรือผลักดันน้ำจำนวน 30 ลำ กำลังพล 86 นาย เดินทางออกจากอู่ทหารเรือป้อมพระจุลจอมเกล้า ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการไที่ปจังหวัดเพชรบุรี เพื่อช่วยระบายน้ำท่วม 3 อำเภอ ออกสู่ทะเลจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย 

พลเรือตรี วัตรกิจ กล่าวว่าได้จัดกำลังพล และ อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูงในการผลักดันน้ำเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบกับปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี บริเวณสะพานหน้าวัดคุ้งตำหนัก หมู่ 7 ตำบลบางตะบูนออก อำเภอบ้านแหลม จำนวน 30 ลำ เป็นเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 329 แรงม้า สามารถผลักดันน้ำต่อเครื่อง 24.2 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที สามารถดึงน้ำรอบๆตัวไปได้อีก 1: 3 หรือ 72.7 ลูกบาศก์เมตรต่อนาที หรือ 150,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งจะช่วยผลักดันน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีลงสู่ทะเล โดยจะเปิดการผลักดันน้ำตลอด 24 ชม. เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว 

สำหรับเรือผลักดันน้ำนี้เกิดขึ้นจากพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพหมานคร เมื่อปี 2548 พระองค์ได้มีพระกระแสรับสั่งว่า พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ลาดต่ำ จะมีปัญหาเรื่องคลองคอขวดน้ำ จะทำให้มวลน้ำไหลช้า พระองค์จึงรับสั่งให้กองทัพเรือนำเครื่องมือช่วยในการเร่งอัตราการไหลของน้ำให้เร็วขึ้น ในยุคนั้นได้จัดส่งรถสะเทินน้ำสะเทินบก เรียกว่า รถแอลวีจีกับเรือรักษาความสงบลำน้ำโขง หรือ เรือพีพีอาร์ ในครั้งนั้นได้ใช้พาหนะทั้ง 2 แบบ มาวางในจุดที่ต้องการเร่งระบายมวน้ำซึ่งได้ผลดี

ปัจจุบันมีเรือผลักดันน้ำชุดนี้อยู่ในความดูแลถึง 200 ลำ พร้อมจัดส่งไปให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างๆได้ เรือผลักดันน้ำ นับว่าเป็นประโยชน์ต่อการระบายน้ำเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการระบายน้ำออกสู่ทะเลได้ครั้งละปริมาณมาก อีกทั้งยังสามารถชะล้าง ไล่ดินเลนที่ตกตะกอนอยู่ก้นแอ่งให้หมดไป ทำให้น้ำไหลได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่เป็นแอ่ง เป็นบึง และคอขวด เนื่องจากเป็นที่ลุ่มระบายน้ำออกได้ลำบาก และไหลได้ไม่เร็ว เป็นไปตามแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9



ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง