นครศรีธรรมราช-น้ำท่วมยังวิกฤต บ้านเชิงเขาถูกน้ำป่าพัดพังกว่า 15 หลัง

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 07 ธ.ค. 60 เวลา 08:00:23 น.

จำนวนผู้ชม : 210

สถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังอยู่ในขั้นวิกฤต ล่าสุด น้ำป่าไหลหลากจากยอดเขาประกอบกับน้ำล้นทะลักจากฝายกั้นน้ำวัดภูเขาเหล็กไหลเชี่ยวพัดบ้านเรือนประชาชนเชิงเขาในอำเภอนบพิตำ พังเสียหายกว่า 15 หลัง 

โดยเมื่อช่วงหัวค่ำวานนี้ในพื้นที่อำเภอนบพิตำ น้ำบนภูเขาอุ้มน้ำไม่ไหวไหลบ่าลงมาซัดบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ที่ราบเชิงเขา พื้นที่หมู่ 7 อำเภอนบพิตำ ได้รับความเสียหายกว่า 15 ครัวเรือน ชาวบ้านกว่า 100 คนได้รับความเดือดร้อน โดยกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราหลงจากภูเขาประกอบกับระดับน้ำสะสมที่ฝายกั้นน้ำวัดภูเขาเหล็กอุ้มน้ำไม่ไหวเกิดพังถล่ม มวลน้ำมหาศาลจึงไหลทะลักบ่าเข้าซัดบ้านเรือนของชาวบ้านที่ปลูกอาศัยอยู่เชิงเขาพังเสียหาย แต่โชคดีที่ชาวบ้านอพยพออกไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อนหน้าแล้วหลังได้รับการแจ้งเตือนจากเจ้าหน้าที่ ปภ.สาขานบพิตำ ผู้นำท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ศูนย์เตือนภัยพิบัติ อำเภอนบพิตำ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิประชาร่วมใจนบพิตำ ซึ่งเช้านี้จะเข้าตรวจสอบความเสียหายเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อเย็นวานนี้ (6 ธ.ค.) นายสกล จันทรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เรียกประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัยและดินถล่มจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อสรุปสถานการณ์และติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย รวมทั้งปัญหาอุปสรรคและการร้องของอำเภอต่างๆ พร้อมวีดิโอคอนเฟอเร้นซ์ร่วมกับนายอำเภอทั้ง 23 อำเภอ 

โดยที่ประชุมรับทราบสถานการณ์น้ำท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่ตอนบนของโซนเทือกเขาหลวง ระดับน้ำส่วนใหญ่ลดลงแล้ว แต่มวลน้ำได้ไหลลงไปยังพื้นที่รับน้ำที่อยู่ตอนกลางและปลายน้ำ ส่งผลให้น้ำท่วมสูงขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่อำเภอท่าศาลา อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช รวมทั้งอำเภอในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ลุ่มน้ำตาปี ถนนหลายสายยังไม่สามารถเปิดให้รถสัญจรไปมาได้เนื่องจากน้ำท่วมสูง และถูกน้ำกัดเซาะขาด  เช่น ถนนหมายเลข 403 หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ถนนหมายเลข 4013 ช่วงแยกนาพรุ-จังหูน ถนนหมายเลข 401 นครศรีธรรมราช- สุราษฎร์ธานี บริเวณสี่แยกท่าศาลา ถนนหมายเลข 401 ตอนเขาหัวช้าง-สิชล รวมทั้งถนนสายรอง เช่น ถนนหมายเลข 4160 ตอนสิชล-จอมทอง ถนนหมายเลข 4189 ตอน ท่าพุด-ยอดเหลือง ถนนหมายเลข 4142 ตอน บ้านโฉ-ขนอม เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีถนนของแขวงทางหลวงชนบทอีกหลายสายที่ยังใช้การไม่ได้ โดยขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับทราบ รวมทั้งป้ายทางเบี่ยงต่างๆ เรื่องระบบไฟแสงสว่าง สำหรับถนนหมายเลข 4015 ลานสกา-เขาธง-ช้างกลาง-ฉวาง สามารถสัญจรได้ตามปกติแล้ว จึงขอให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง

นอกจากที่ขอให้ประชาชนได้เฝ้าระวังฝนตกหนักต่อเนื่องต่อไปจนถึงวันที่ 9 ธันวาคมนี้ ตามประกาศของศูนย์อุตุนิมวิทยา

สำหรับจังหวัดนครศรีธรรมราช มีพื้นที่ประสบภัย 23 อำเภอ 160 ตำบล 1,428 หมู่บ้าน 56 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 459,881คน 145,967 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิตรวม 6 คน โรงเรียนหยุดเรียน 287 โรง ส่วนมูลค่าความเสียหายยังอยู่ระหว่างสำรวจ 

ด้าน พ.ต.ประเสริฐ สายทองแท้ ผบ.ค่ายฝึกรบพิเศษสิชล ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจสภาพน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอขนอม ท่าศาลา และ สิชล โดยพบยังมีน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้าง วัด โรงเรียน บ้านเรือนของชาวบ้านจมมิดอยู่ใต้น้ำจำนวนมาก นอกจากนี้ยังพบถนน และสะพานถูกกระแสน้ำจากเทือกเขาหลวงซัดเสียหายทั้งถนนสายหลัก สายรอง และในหมู่บ้านถูกน้ำท่วมสูงจนรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ โดยในพื้นที่บ้านน้ำร้อน หมู่ 1 อำเภอสิชล กระแสะน้ำพัดถล่มจนสะพานข้ามคลองขาดทั้ง 2 ข้าง กว้างกว่า 20 เมตร ชาวบ้านจึงถูกตัดขาดจากโลกภายนอกไปโดยปริยาย ต้องใช้เชือกป่านมาทำเป็นสะพานสลิง หรือสะพานเชือกใช้โรยต่อผ่านไปมาอย่างทุลักทุเลและสุดระทึก โดยการบินสำรวจในครั้งนี้พบว่ากว่าร้อยละ 80 ของพื้นที่ยังจมอยู่ใต้น้ำ ต้องรอจนกว่าฝนจะหยุดตก สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติใน 3-5 วัน


ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง