ชายฉกรรจ์อ้างเป็นตำรวจ ป.ป.ส.เอาปืนจ่อ-ใส่กุญแจมือ

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 07 ธ.ค. 60 เวลา 11:30:41 น.

จำนวนผู้ชม : 1,058

กรุณารอสักครู่...

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Nuttapong Jitsaguan โพสต์ภาพพร้อมคลิปวิดีโอเหตุการณ์ ถูกชายชายฉกรรจ์ 3 คน อ้างตัวเป็นตำรวจ ป.ป.ส. เพื่อขอตรวจค้นบ้าน ใช้ปืนจ่อ และใส่กุญแจมือ ระบุว่าผู้เสียหายมีหมายจับคดีครอบครองยาเสพติด และฟอกเงิน หลังจากที่พ่อของผู้เสียหาย บอกว่าเป็นทหาร กลุ่มชายฉกรรจ์ จึงรีบปล่อยตัวและขับรถหลบหนีไป

ภาพจากกล้องวงจรปิด เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2560 เวลาประมาณ 18:37 น.ภายในร้านตกแต่งรถยนต์ และจำหน่ายอะไหล่รถจักรยานยนต์ของ นายณัฐพงษ์ จิตรสงวน ผู้เสียหาย ย่านสายไหม จับภาพขณะที่นายณัฐพงษ์ กำลังอยู่ที่ร้านทำสีรถ มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาที่ร้านสอบถามราคาอะไหล่รถ ก่อนที่ชายอีก 2 คน แต่งกายคล้ายกับตำรวจจะเดินตามเข้ามา ชายคนหนึ่งนำปืนสั้นออกมาจ่อบอกให้นายณัฐพงษ์ ยกมือขึ้นแล้วบอกว่ามีหมายจับคดีครอบครองยาเสพติด เสพยา และฟอกเงิน ส่วนชายอีกคนหนึ่งใส่หมวกแก๊ป ยืนถือปืนลูกซองสไลด์คุมเชิงอยู่หน้าประตู 

โดยชายที่ถือปืนลูกซองสไลด์ เดินเข้ามาล็อคแขนใส่กุญแจมือ จากนั้นชายที่โพกหัวเดินไปปิดประตูหน้าร้านแล้วพานายณัฐพงษ์ ขึ้นไปบนบ้านเพื่อค้นหาสิ่งผิดกฎหมาย ชายคนนี้ทำทีเดินหาอะไรบางอย่างมาคล้องประตูไว้แล้วก็เดินดูภายในบ้าน จากนั้นชายฉกรรจ์ 2 คน ที่พานายณัฐพงษ์ตรวจค้นบ้านแล้วพากันเดินออกจากประตูหน้าร้านไปอีกคูหาหนึ่ง ซึ่งเปิดจำหน่ายอะไหล่รถ 

ผู้สื่อข่าวไปคุยกับผู้เสียหาย เล่าว่าก่อนเกิดเหตุมีผู้ชายโทรฯ มาบอกว่าจะเอารถเข้ามาทำสี หลังจากชายฉกรรจ์คนที่โพกหัวขี่รถจักรยานยนต์ คาวาซากิ KR สีเขียวส้ม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดหน้าร้าน ตนคิดว่าเป็นลูกค้าก็คุยถึงราคาอะไหล่รถ ผ่านไปเกือบชั่วโมง ชายฉกรรจ์อีก 2 คน ขับรถยนต์ตามมาแล้วมาขอตรวจค้นบ้าน พร้อมหมายจับ โดยล่าสุดได้แจ้งความไว้ที่ สน.สายไหม ข้อหาร่วมกันบุกรุกยามวิกาลโดยใช้อาวุธปืน ลักทรัพย์ กักขังหน่วงเหนี่ยว และขู่กรรโชกทรัพย์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ 

ชายฉกรรจ์ตรวจค้นภายในบ้านได้ประมาณ 20 นาที ระหว่างนั้นแฟนสาวของนายณัฐพงษ์ กลับมาพอดี จึงเรียกให้แฟนเปิดประตู แต่ถูกชายฉกรรจ์ลากตัว พร้อมน้องชายของนายณัฐพงษ์ เข้าไปในร้านพร้อมกับปิดประตูลงกลอนไม่ให้คนข้างนอกเห็น ตนพยายามใช้มือถือถ่ายคลิปไว้แต่ถูกข่มขู่ให้ลบ ถ้าไม่ลบจะไม่ปล่อยตัวนายณัฐพงษ์ เมื่อลบแล้วก็ไม่ยอมปล่อยระบุว่าจะพาไปเซฟเฮาส์ 

ระหว่างที่ทั้ง 3 คน ถูกจับตัวอยู่ภายในบ้านนายมนัส จิตรสงวน พ่อของนายณัฐพงษ์ ซึ่งเป็นทหารอากาศก็ตามมา เล่าว่า ลูกชายคนเล็กโทรฯไปบอกว่านายณัฐพงษ์ ถูกตำรวจจับ ตนจึงรีบขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาที่บ้าน และถามว่าจับลูกชายทำไม ชายฉกรรจ์จึงถามว่าเป็นทหารไช่หรือไม่ พอบอกว่าเป็นทหารอากาศจึงรีบถอดกุญแจมือทันที

ขณะเดียวกันพ่อของนายณัฐพงษ์ ขอดูหมายค้นก็หยิบมาให้ดู 2-3 ใบ ก่อนที่ชายทั้งสามจะเดินออกจากร้าน และบอกให้นายณัฐพงษ์ปิดร้านหนีไป 1 เดือน ซึ่งอยากให้ตำรวจติดตามตัวชายฉกรรจ์ให้ได้ เพราะหวั่นว่าจะย้อนกลับมาก่อเหตุอีก 

หลังจากเรื่องนี้ถูกแชร์ต่อกันในโลกออนไลน์ นายเกียรติศักดิ์ สาระวดี ผู้เสียหายอีกรายหนึ่ง บอกว่าเคยถูกชายฉกรรจ์กลุ่มนี้ก่อเหตุลักษณะเดียวกัน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 11.30 น.จำหน้าชายฉกรรจ์กลุ่มนี้ได้อย่างแม่นยำ โดยขับรถยนต์มา 2 คัน จำนวน 4 คน เข้ามาในหมู่บ้านที่ตนอาศัยอยู่ ขณะวันขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป ถูกชายฉกรรจ์ดักหน้าหมู่บ้านนำปืนมาจ่อที่หัว ให้นอนคว่ำหน้าลงกับพื้น ล็อคตัวใส่กุญแจมือไพล่หลังแล้วพาขึ้นรถ 

ชายที่อยู่บนรถ อ้างว่าเป็นตำรวจชุดปฏิบัติการสยบไพรี กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พร้อมระบุว่ามีหมายจับคดีสมคบทำผิด พ.ร.บ.ยาเสพติดและฟอกเงิน จากนั้นชายกลุ่มดังกล่าวก็ขับรถพาตัวนายเกียรติศักดิ์ ออกจากหมู่บ้าน แล้วขู่จะพาเข้าเซพเฮ้าส์ และ ดำเนินคดีทุกคนที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียหาย 

จากนั้นทั้ง 4 คน ขับรถยนต์ 2 คัน ที่ใช้ก่อเหตุวนไปที่หมู่บ้านเวนิส ขับขึ้นไปบนดาดฟ้าลานจอดรถ โดยจอดรถชิดกัน ชายที่นั่งในอยู่รถยนต์ยี่ห้อแลนด์โรเวอร์ สีดำ บอกกับผู้เสียหายว่ามีอะไรก็ให้คุยกับสารวัตรเองก็แล้วกัน จากนั้นชายอีกคนหนึ่งเดินลงจากรถยนต์ซีวิค สีบรอนซ์ ขึ้นไปนั่งรถอีกคันหนึ่ง เมื่อเห็นว่าจุดนี้มีกล้องวงจรปิดจึงพากันขับลงจากลานจอดชั้นดาดฟ้าไปอีกชั้นหนึ่ง เปลี่ยนให้ผู้เสียหายรายนี้ไปนั่งรถยนต์แลนด์โรเวอร์ สีดำ 

ทั้งหมดพากันขับรถลงจากลานจอด ไปจอดริมถนนวัชรพล-สะพานใหม่ ระหว่างทางกลุ่มชายฉกรรจ์คุยกับผู้เสียหาย ขณะเดียวกันใช้มือล้วงไปที่คอ ปลดสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท พระเลี่ยมทอง 4 องค์ โทรศัพท์ไอโฟน 7 Plus กระเป๋าเงินหลุยส์ วิตติง 1 ใบ พร้อมเงินสด 30,000 บาท ติดมือไปด้วย จากนั้นก็ไล่ผู้เสียหายลงจากรถแล้วขับรถหนีไป

วันที่ 21 พ.ย. 2560 นายเกียรติศักดิ์ พยายามตามหากล้องวงจรปิด เพื่อยื่นให้กับตำรวจใช้เป็นพยานหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดี แต่ระหว่างที่แวะตลาดถนอมมิตร มีรถเก๋งซีวิคคันที่ขับไปก่อเหตุก่อนหน้านี้ขับตามหลังมา ซึ่งนายเกรียติศักดิ์ จำรถและคนที่นั่งอยู่ในรถได้ 

ตรวจสอบเบื้องต้น ทราบว่ากลุ่มชายดังกล่าวไม่ใช่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. หรือ ปส.ตามที่กล่าวอ้าง ขณะนี้ตำรวจกำลังสืบสวนเรื่องดังกล่าว

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง