ศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิต'มือปืนป๊อปคอร์น'สารภาพลดเหลือ 37 ปี

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 04 มี.ค. 59 เวลา 09:59:21 น.

จำนวนผู้ชม : 547

กรุณารอสักครู่...

เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ คุมตัวนายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ หรือ ท็อป มือปืนป๊อปคอร์นมายังศาลอาญา เพื่อฟังคำพิพากษา คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องฐานร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และนำอาวุธปืนออกนอกเคหสถานภายในพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน คดีนี้อัยการโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2557 ว่า เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 นายวิวัฒน์ กับพวก เข้าไปที่แยกหลักสี่ เขตหลักสี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ประกาศให้เป็นพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และยิงปืนเข้าไปในบริเวณศูนย์การค้าไอทีสแควร์ ส่งผลให้ นางสาวสมบุญ สักทอง ผู้เสียหายที่ 1 นายอะแกว แซ่ลิ้ว ผู้เสียหายที่ 2 นายนครินทร์ อุตสาหะ ผู้เสียหายที่ 3 และนายพยนต์ คงปรางค์ ผู้เสียหายที่ 4 ได้รับอันตรายสาหัส เเละเป็นเหตุให้นายอะเเกว ผู้เสียหายที่ 2 เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ศาลพิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ข้อยุติว่า พระพุทธะอิสระได้นำกลุ่มผู้ชุมนุมไปที่สำนักงานเขตหลักสี่เพื่อไม่ให้นำบัตรเลือกตั้งไปยังพื้นที่ต่างๆ และในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 วันเกิดเหตุ มีกลุ่มคนรวมตัวกันที่วัดหลักสี่เพื่อเดินทางนำบัตรเลือกตั้งโดยมีรถบรรทุกเครื่องเสียงนำขบวนแต่มีตำรวจกั้นไม่ให้เดินทางไปเนื่องจากเกรงว่าจะกระทบกับกลุ่มพระพุทธะอิสระที่บริเวณปากซอยแจ้งวัฒนะ 10 กลุ่มดังกล่าวจึงถอยไปและมีบางส่วนอยู่บริเวณหน้าศูนย์การค้าไอทีสแควร์ ต่อมามีกลุ่ม กปปส.ลาดพร้าว ได้เดินทางมาสนับสนุน กลุ่มพระพุทธะอิสระ โดยมีกลุ่มบุคคลปิดบังใบหน้า และมีกลุ่มบุคคลใช้ปืนที่อยู่ในกระสอบข้าวโพดสีเขียวเหลือง ซึ่งโจทก์มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นพยานเบิกความ ว่าได้ทำการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและภาพที่ปรากฎจากสื่อทางอินเทอร์เนตพร้อมนำมาเปรียบเทียบกับตัวจำเลย พบว่ามีรูปร่างเหมือนกัน โดยพบว่าจำเลยเคยถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติดจึงนำภาพถ่ายที่ชายชุดดำปิดบังใบหน้ามาเปรียบเทียบภาพจำเลยที่ไม่ได้ปิดบังใบหน้าแล้ว พบว่า มีการแต่งกายตรงกัน อาทิ เสื้อ เสื้อเกราะ กางเกง รองเท้า และ เข็มขัด พร้อมนำภาพให้พี่ชายของจำเลยดูก็เบิกความยืนยันว่าเป็ยภาพถ่ายของจำเลยจริง จึงสนับสนุนคำเบิกความของพยานให้มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น ประกอบกับในชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพและนำชี้ที่เกิดเหตุต่อหน้านักข่าวจำนวนมากส่วนที่จำเลยอ้างว่าถูกข่มขู่นั้น ก็ไม่มีการร้องเรียนต่อผู้บังคับบัญชาแต่มานำสืบในชั้นพิจารณาคดี จึงฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยเป็นบุคคลเดียวกับชายชุดดำที่ก่อเหตุ

และเมื่อพิจารณาภาพเหตุการณ์ประกอบคำรับสารภาพของจำเลยที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนและในชั้นสอบสวน ได้ความว่า วันเกิดเหตุจำเลยและพรรคพวกได้ใช้ปืนยิงโต้ตอบกับกลุ่มผู้สนับสนุนการเลือกตั้งที่หน้าศูนย์การค้าไอทีสแควร์ ซึ่งถุงที่ใช้ใส่ปืนยังเห็นปลายกระบอกปืนโผล่ออกมาซึ่งมีพยานเบิกความว่าปลายกระบอกดังกล่าวใช้ปลอกลดแสงที่ใช้ยิงในสงครามเวลากลางคืน จึงบ่งชี้ว่าการกระทำของจำเลยมีเจตนาฆ่าฝ่ายตรงข้ามซึ่งมีประชาชนและผู้เสียหายอยู่บริเวณดังกล่าวด้วย และต่อมานายอะแกว ผู้เสียหายที่สองเสียชีวิต จึงพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่น ให้จำคุกตลอดชีวิต ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองฯ จำคุก 3 ปี และความผิดฐานพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ จำคุก 3 ปี แต่คำรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้างลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 37 ปี 4 เดือน

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง