ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

ประณามคนร้ายยึด รพ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส

หมวดข่าว:ในประเทศ

วันที่ 14 มี.ค. 59 เวลา 21:39:20 น.

จำนวนผู้ชม : 3,536

กรุณารอสักครู่...

นายกรัฐมนตรีกำชับเจ้าหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ปฎิบัติหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสียงอย่างเข้มงวด หลังเกิดเหตุการปะทะกันที่อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส และยังมีเหตุทั้งลอบยิงและวางระเบิดเกิดขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่หลายองค์กรทั้งภาครัฐ และองค์กรภาคประชาชน ต่างประนามกลุ่มผู้ก่อเหตุที่บุกยึดโรงพยาบาลเจาะไอร้อง เพื่อใช้ทั้งบุคลาทางการแพย์ และคนไข้ เป็นตัวประกันและกำบังในการโจมตีฐานของทหารพรานเมื่อวานนี้

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  หรือกสม. ออกแถลงการณ์ ประณามการละเมิดหลักการมนุษยธรรม และเรียกร้องให้เคารพเครื่องหมายกาชาด สถานพยาบาล การปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ และสิทธิของผู้บาดเจ็บและผู้ป่วย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้  หลังจากกลุ่มก่อความไม่สงบ บุกเข้าไปภายในโรงพยาบาลเจาะไอร้อง และคุกคามบุคลากรของโรงพยาบาล รวมทั้งใช้อาคารในโรงพยาบาลเป็นที่มั่น เพื่อยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึง ขอประณามพฤติกรรมดังกล่าว เพราละเมิดหลักการมนุษยธรรม ซึ่งเป็นกติกาสากลที่สังคมอารยะพึงยึดถือ  แม้แต่ในภาวะสงคราม ทุกฝ่ายยังต้องเคารพเครื่องหมายกาชาด  จึงเรียกร้องผู้ก่อเหตุ ยุติการกระทำดังกล่าว  และขอให้รัฐบาลหามาตรการที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยแก่ประชาชน รวมถึงเร่งนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการยุติธรรม  โดย กสม.จะติดตามสถานการณ์ และลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเหตุการณ์โดยเร็ว

ขณะที่กลุ่มด้วยใจ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และเครือข่ายสิทธิมนุษชนปัตตานี  ออกแถลงการณ์ร่วม ชื่นชมเจ้าหน้าที่ ที่ปฎิบัติหน้าที่ตอบโต้อย่างระมัดระวัง จึงไม่กระทบต่อบุคลากรทางการแพทย์ และคนไข้  และเห็นว่าการกระทำของกองกำลังไม่ทราบฝ่ายดังกล่าว ยอมรับไม่ได้ จึงเรียกร้อง 4 ข้อ คือ

ข้อ 1 ขอให้กองกำลังทุกฝ่ายปฎิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

ข้อ 2 ขอให้รัฐและฝ่ายต่อต้านรัฐ ทบทวนยุทธศาสตร์ และยุทธวิธีโดยคำนึงถึงความปลอดภัยประชาชน

ข้อ 3 ยุติการโจมตีหน่วยงานด้านการแพทย์ หรือใช้เป็นที่ปฎิบัติการด้านอาวุธ ซึ่งรวมถึงสถานศึกษา ศาสนสถาน รวมถึงที่สาธารณะต่าง

ข้อ4 ให้ผู้เกี่ยวข้อง ลงโทษผู้ละเมิดต่อกฎหมายมนุษยธรรมดังกล่าว

พลโทวิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาคที่ 4 กำชับให้กรมทหารพรานที่ 46 และ 48 สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย เปิดยุทธการติดตาม กลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ ซึ่งมีข้อมูลว่าคาดว่าเป็นกลุ่มนายลุกมาน ลาเต๊ะบือริง และนายซือดี ปูเต๊ะ และยังกบดานอยู่บนเทือกเขา รอยต่อระหว่าง อำเภอเจาะไอร้อง กับอำเภอจะแนะ มาดำเนินคดี

ขณะที่พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี กำชับให้ทุกหน่วยบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด และเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง พื้นที่เป้าหมายอย่างเข้มงวด เพื่อรักษาความปลอดภัย

ให้ประชาชน  ส่วนพลเอกอักษรา เกิดผล ที่ปรึกษา พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพูดคุยสันติชายแดนใต้ กล่าวว่าเหตุการณ์นี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อการพูดคุยสันติสุข ส่วนที่มองว่าการก่อเหตุ ในวันที่ 13 มี.ค เป็นการสร้างสถานการณ์เนื่องในครบรอบ 56 ปี วันสถาปนากลุ่มบีอาร์เอ็นนั้น ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์มาโดยตลอด และวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา พลเอกธีระชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ได้ลงพื้นที่กำชับด้วยตัวเอง เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น แสดงว่ายังมีช่องโหว่ให้ต้องปรับปรุง

ในประเทศ

อ่านข่าวในประเทศทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง