ผิดกฎหมาย?2 ทนายเห็นต่าง หลังสาวแบงก์เฟซบุ๊กไลฟ์ตลบหลังแก๊งคอลเซ็นเตอร์

หมวดข่าว:สังคมออนไลน์

วันที่ 02 ธ.ค. 60 เวลา 12:32:01 น.

จำนวนผู้ชม : 1,077

กรุณารอสักครู่...

จากกรณีที่ นางสาวมารีนา แสงฉาย พนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง อัดคลิปคุยโทรศัพท์กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โทรมาสอบปากคำ เนื่องจากพบว่าบัญชีธนาคารของผู้รับสาย เข้าไปพัวพันกับขบวนการฟอกเงิน และหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินไปเข้าบัญชีของคนร้าย แต่เจ้าตัวรู้ทันจึงแกล้งทำเป็นหลงเชื่อ ยอมคุยกับมิจฉาชีพไปเรื่อยๆ จนกระทั่งทราบบัญชีของคนร้าย และเตรียมจะใช้เป็นหลักฐาน นำไปแจ้งความดำเนินคดีนั้น

ล่าสุดเมื่อวานนี้(1 ธ.ค.) พ.ต.ท.จิรัฏฐ์ จิรพัชรศิรพร รอง ผกก.สส.สภ.เมืองลำปาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ติดตามตัว นายพูลสวัสดิ์ คำภีระแปง อายุ 37 ปี หลังปรากฏชื่อเป็นเจ้าของบัญชีที่แก๊งคอลเซนเตอร์ระบุไว้ ตามที่พนักงานธนาคารแห่งหนึ่งได้ระบุไว้

โดยเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่บ้านของ นายพูลสวัสดิ์ ก็ไม่พบมีใครอยู่ภายในบ้าน สอบถามชาวบ้านบอกว่า นายพูลสวัสดิ์ ออกไปทำงานเป็นช่างซ่อมรถซึ่งอยู่ร้านใกล้ๆ บ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ไปตรวจสอบก็พบว่าได้ขับรถจักรยานยนต์ออกไปจากร้านซ่อม ก่อนที่ต่อมาเจ้าหน้าที่ไปเจอตัว นายพูลสวัสดิ์ ขณะกำลังจะเดินทางไปธนาคารเพื่อปิดบัญชี เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวไปสอบสวนที่ สภ.เมืองลำปาง

จากการสอบถาม นายพูลสวัสดิ์ บอกว่า ตนเองไม่มีส่วนรู้เห็นกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าวแต่ได้รับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งมีคนมาติดต่อตนเองให้เปิดบัญชีโดยจะให้ค่าจ้างเป็นเงิน 1,000 บาท โดยพึ่งเปิดบัญชีไปไม่ถึงเดือน ส่วนสมุดบัญชีและบัตรเอทีเอ็มคนที่มาติดต่อก็ได้เก็บเอาไปทั้งหมด

ตนไม่รู้จักว่าเป็นใครแต่รู้ว่าเป็นคน จ.ลำปาง และมาเจอกันโดยบังเอิญจึงได้พุดคุยชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคาร โดยในวันที่ไปเปิดบัญชีก็มีอีก 3 คนที่ไปเปิดบัญชีพร้อมกับตนเองด้วย ซึ่งคนที่ติดต่อก็ได้เจาะจงว่าเป็นธนาคารไทยพาณิชย์เท่านั้น ส่วนเบอร์โทรศัพท์ที่แจ้งธนาคารตอนเปิดบัญชี ก็เป็นเบอร์โทรศัพท์ที่เตรียมไว้ให้แล้ว โดยไม่ใช่เบอร์ของตนเองแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากเปิดบัญชีไปก็ไม่ได้รับการติดต่อจากใครอีกเลยจนมารู้ตัวอีกทีก็เมื่อวานนี้หลังมีการแชร์คลิปวีดีโอในโลกโซเซียล

พ.ต.อ.กฤษดา บอกว่า อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการดำเนินคดีนั้นก็คงต้องรอให้ทางผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ที่เกิดเหตุซึ่งจะได้ทำการประสานติดต่อมายัง สภ.เมืองลำปาง เพื่อดำเนินการต่อไปอีกครั้ง

ขณะเดียวกันทีมข่าวได้โทรศัพท์พูดคุยกับ พ.ต.ท.ชาติชาย ไชยบุบผา สว.สืบสวน สภ.เขาสมิง จ.ตราด ตำรวจที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์แอบอ้างชื่อ ยืนยันว่า ตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่ผ่านมาเมื่อประมาณเดือนตุลาคม ตนก็เคยได้รับการติดต่อจากผู้เสียหาย ว่ามีคนเอาชื่อตนไปแอบอ้าง ซึ่งตนก็ได้ลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว และหลังจากนั้นก็มีผู้เสียหายติดต่อมาเรื่อยๆ จนมาครั้งนี้ที่เป็นข่าว

พ.ต.ท.ชาติชาย บอกอีกว่า ตนไม่รู้ว่าชื่อตนเองมีอะไรน่าติดใจ ทำไมแก๊งคอลเซ็นเตอร์เอาไปแอบอ้าง แต่ตนไม่เครียดมาก เพราะส่วนใหญ่ทุกคนก็ว่าตนไม่ใช่คนหลอกลวง แต่ตนกลัวว่าประชาชนจะหลงเชื่อมิจฉาชีพมากกว่า
ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าเคยจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาก่อนหรือไม่ เขาอาจโกรธแค้นแล้วนำชื่อมาแอบอ้าง พ.ต.ท.ชาติชาย บอกว่า ไม่เคยจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เลย แต่เพื่อนร่วมงานที่รู้จักเคยจับกุมฃ

ส่วนในเฟซบุ๊ก ของ พ.ต.ท.ชาติชาย มีการโพสต์ภาพรถขายนม พร้อมระบุข้อความว่า ‘ผมขายนมนะครับ ไม่ใช่แก๊งคอลเซ็นเตอร์’

ด้าน นาวสาวมารีนา บอกว่า ในส่วนของทางด้านกฎหมายนั้น ตนเองได้ให้ทางฝ่ายสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด รวมทั้งการอาญัติเลขบัญชี เพื่อนำไปตรวจสอบด้วย ส่วนตนเองนั้นไม่ได้มีการดำเนินการอะไร

ขณะเดียวเพจ ‘ทนายคู่ใจ’ ของทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้โพสต์ข้อกฎหมายภายหลังดูคลิปไลฟ์สดของพนักงานสาว โดยมีการระบุข้อความว่า ‘พ.ร.บ ธุรกิจสถาบันการเงิน มาตรา154-155 ห้ามมิให้บุคคลผู้ล่วงรู้หรือได้มาซึ่งความลับของลูกค้าโดยเหตุที่เป็นผู้มีอำนาจในการจัดการหรือเป็นพนักงาน และเปิดเผยความลับนั้น เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า หรือเข้ากรณียกเว้นอื่นตามที่กฎหมายกำหนด’

ซึ่งโลกออนไลน์ก็ต่างตั้งข้อสงสัยว่าการกระทำของพนักงานธนาคารสาว จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถาบันการเงินหรือไม่

ซึ่งกรณีนี้ ทนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดัง ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ไขข้อสงสัยเรื่องนี้ว่า ในประเด็นนี้ตนไม่เห็นด้วย และขอโต้แย้งว่า ขณะเกิดเหตุมิจฉาชีพ มีเจตนาหลอกลวง พนักงานธนาคารในฐานะส่วนตัว ไม่ใช่หลอกลวงในฐานะเป็นเจ้าพนักงานของสถาบันการเงิน เหตุการณ์ดังกล่าวจึงเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่ ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานแต่อย่างใด และเมื่อการถูกหลอกเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับหน้าที่ จึงไม่มีความผิดเกี่ยวกับ พรบ. สถาบันการเงิน พ.ศ 2551

ส่วนความผิดตาม มาตรา 154 ต้องเป็นเรื่องของการปฎิบัติหน้าตามกฎหมาย และล่วงรู้กิจการของสถาบันการเงิน เนื่องจากการปฎิบัติหน้าที่นั้นๆ แต่การที่พนักงานสาว เจรจาและหลอกลวงคนร้ายจนได้เลขที่บัญชี ไม่เป็นความผิดตามมาตรานี้ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับหน้าที่ และเป็นข้อมูลของคนร้าย ไม่ใช่ข้อมูลหรือกิจการของสถาบันการเงิน ซึ่งน้องได้ล่วงรู้มาจากการปฎิบัติหน้าที่

ตามคลิปไม่ใช่การเปิดเผยข้อมูลของสถาบันการเงิน ในฐานะเป็นพนักงาน แต่เป็นการขอข้อมูลในฐานะส่วนตัวกับโจร ซึ่งไม่ใช่สถาบันการเงิน ‘ถ้าน้อง ถูกโจรมันแจ้งความจริง หรือ ถูกธนาคารไล่ออกจริงเพราะเหตุนี้ ผมยินดีเป็นทนายความให้ครับ’

สังคมออนไลน์

อ่านข่าวสังคมออนไลน์ทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง