นายกฯ เป็นสักขีพยานตั้งบริษัทประชารัฐสามัคคี

หมวดข่าว:การเมือง

วันที่ 29 เม.ย. 59 เวลา 11:21:08 น.

จำนวนผู้ชม : 3,730

นายกฯ เป็นสักขีพยานตั้งบริษัทประชารัฐสามัคคี
นายกฯ เป็นสักขีพยานตั้งบริษัทประชารัฐสามัคคีนายกฯ เป็นสักขีพยานตั้งบริษัทประชารัฐสามัคคีนายกฯ เป็นสักขีพยานตั้งบริษัทประชารัฐสามัคคีนายกฯ เป็นสักขีพยานตั้งบริษัทประชารัฐสามัคคี

นายกรัฐมนตรี เป็นสักขีพยานจัดตั้ง บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีฯนำร่อง 5 จังหวัด โดยเป็นความร่วมมือของรัฐและเอกชน เข้ามาดูแลจัดหาตลาดให้ชุมชน พร้อมยืนยันไม่เคยมองใครเป็นศัตรู ขอทุกฝ่ายร่วมมือลดขัดแย้ง 

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช. เป็นประธานมอบนโยบาย และแนวทางการดำเนินงานสานพลังประชารัฐ เพื่อขับเคลื่อนและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐระดับพื้นที่ และการประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงานวิสาหกิจเพื่อสังคม พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในการจัดตั้งบริษัทประชารัฐรักสามัคคี ประเทศไทย จำกัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด และ ผู้แทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมพิธี นำร่องใน 5 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต เพชรบุรี อุดรธานี เชียงใหม่ บุรีรัมย์

สำหรับ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี ประเทศไทย จำกัด เป็นความร่วมมือของภาครัฐ ประชาชน และเอกชน ซึ่งเป็นการดำเนินงานวิสาหกิจเพื่อสังคมทั้งด้านเกษตร แปรรูป และการท่องเที่ยว มีเป้าหมาย ทำให้เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง มีความสุข และ เพิ่มรายได้ โดยเน้นการขายสินค้า และบริการ ก่อนนำไปขยายผลตามหลักธรรมภิบาล

โดยภาครัฐ และ เอกชน จะเข้ามาในการเข้าถึงผลผลิต จัดหาพื้นที่เพาะปลูก และวิธีการขาย รวมถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน และ จะนำไปจำหน่ายในโรงแรม ซูเปอร์มาร์เกตใหญ่ทั่วประเทศ อาทิ จังหวัดภูเก็ตจะสร้างแบรนด์สับปะรดภูเก็ต โดยเอกชนจะเข้ามาช่วยบริหารจัดการระบบ ทั้งด้านต้นทุนบัญชี และบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้ เป้าหมายหลักเพื่อกำไร ไม่ใช่กำไรสูงสุด และ จัดตั้งให้ครบ 77 จังหวัดภายในเดือนธันวาคม

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลจะเป็นตัวผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนงานต่างๆ โดยประชาชนและเอกชน ต้องประสานพลังานร่วมกัน พร้อมทั้งช่วยกันลดความขัดแย้ง แสวงหาความร่วมมือ ทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งโลกยุคใหม่เวลาไม่ค่อยใคร แต่จะต้องมีการปรับตัว ซึ่งประเทศไทยก็เช่นกัน ที่หยุดพัฒนาตัวเองไม่ได้ และต้องพัฒนาสู่ยุดไทยแลนด์ 4.0 ขณะที่ปัญหาความขัดแย้งตนก็พร้อมจะรับฟัง และต้องดูแลทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งฝ่ายเห็นต่างหรือสนับสนุนรัฐ ทำให้เกิดความเป็นธรรม ลดความเหลือมล้ำ แม้เป็นเรื่องที่ยาก แต่ต้องพยายาม ที่สำคัญยังต้องสร้าง พัฒนาคนรุ่นใหม่ เพื่อปกป้องประเทศให้ปลอดภัย ให้เกิดความยั่งยืน และต้องยอมรับว่าปัญหาด้านประมง หรือปัญหาด้านการบิน เกิดจากปัญหาที่สะสมมานาน ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่เครพกติกา กฏหมายตั้งแต่แรก ดังนั้นทุกฝ่ายต้องช่วยกัน และพยายามให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า ตามกรอบของกฏหมาย ขออย่าเปิดประตูให้คนนอกประเทศมาพูดทำลาย ยืนยันไม่เคยรังเกียจ และไม่เคยมองใครเป็นศัตรู แต่ไม่ชอบให้พูดทำลายประเทศแบบนี้ อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การพัฒนาสินค้า ของแต่พื้นที่ต้องมีสตอรี่ หาของดีในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความน่าสนใจ พัฒนาเป็นรูปธรรม เป็นที่ยอมรับในตลาด จนนำไปขายได้

การเมือง

อ่านข่าวการเมืองทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง