กกต.และ กรธ.หารือร่วมจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

หมวดข่าว:การเมือง

วันที่ 14 ก.ค. 59 เวลา 21:49:10 น.

จำนวนผู้ชม : 174

กรุณารอสักครู่...

สำหรับความเคลื่อนไหวการลงประชามติวันนี้มีความเห็นกรณี ที่นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งใช้ มาตรา 44 ให้อำนาจ กสทช. ในการปิดสื่อที่เสนอข่าวกระทบความมั่นคง ขณะที่ผลการหารือระหว่าง กกต. และ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จะเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนและห้ามไม่ให้มีการเผยแพร่เอกสาร 7 เหตุผลไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เพราะมีข้อความที่เป็นเท็จ

ผลการหารือร่วมกันระหว่าง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. กับ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ มีข้อสรุปร่วมกัน ที่จะเปิดกว้างให้มีการถกเถียงกันต่อเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญกันได้มากขึ้น เพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ โดยกำหนดจัดเวทีผ่านรายการทางสถานีโทรทัศน์ จำนวน 10 ครั้ง ครั้งละ 50 นาที โดยเชิญทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยมาถกเถียงผ่านสื่อร่วมกันในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนวันออกเสียงประชามติ นอกจากนี้ยังกำหนดให้มีการเผยแพร่เนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านหนังสือพิมพ์ 3 ฉบับต่อวัน เพื่อให้ประชาชนได้ศึกษาก่อนตัดสินใจ และแก้ปัญหาการบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ

ส่วนกรณีการแผยแพร่เอกสาร 7 เหตุผลไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ของกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่นั้น กกต. และ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญเห็นรวมกันว่ามีข้อความที่เป็นเท็จและห้ามมีการเผยแพร่อีก ส่วนผู้ที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้จะยังไม่เอาผิด

ขณะที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งไม่รับฟ้อง คดีที่กลุ่มนักวิชาการทางกฎหมาย หรือ ไอลอว์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เพื่อขอให้เพิกถอนประกาศของ กกต. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการแสดงความคิดเห็นในการออกเสียงประชามติ ที่ระบุรายระเอียดข้อห้ามอะไรทำได้ทำไม่ได้ในการออกเสียงประชามติ ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักสิทธิเสรีภาพทำให้ประชาชนไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี โดยศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ประกาศดังกล่าวเป็นเพียงคำแนะนำ เพื่อป้องกันมิให้เกิดการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ไม่ได้กำหนดถึงผลหรือโทษของการฝ่าฝืน และไม่ได้อ้างถึงบทบัญญัติที่กำหนดโทษทางอาญาจึงไม่ส่งผลต่อการตีเพื่อดำเนินคดีอาญา 

นอกจากนี้มีกรณีที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ออกคำสั่ง มาตรา 44 ให้อำนาจ กสทช. ปิดสื่อที่นำเสนอข่าว ออกอากาศ เนื้อหาที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 แล้วแต่กรณี และ กสทช. ไม่ต้องรับผิดทางแพ่ง ทางอาญา และทางวินัย แต่ไม่สิทธิผู้ได้รับความเสียหาย จากทางราชการ ตามกฏหมาย ว่าด้วยรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ โดยคำสั่งนี้มีผลตั้งแต่เมื่อวานนี้

น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ หนึ่งในกรรมการ กสทช. แสดงความเห็นทางทวิตระบุว่า ไม่เคยเห็นด้วยกับการปิดสื่อที่เห็นต่างทางการเมืองและได้ทำหน้าที่ต่อสู้หลักการใช้อำนาจทางกฎหมายมาตลอด โดยให้สื่อไปสู้ต่อที่ศาลปกครองได้ คำสั่งตามมาตรา 44 ของ คสช. ในวันนี้เป็นการปกป้องการใช้อำนาจของ กสท./กสทช.(เสียงข้างมาก) ที่จะกระทบกับภาพรวมเสรีภาพสื่อทั้งหมด ไม่ใช่แค่  PeaceTV และเห็นว่าองค์กรสื่อวิชาชีพสื่ออุตสาหกรรมสื่อควรแสดงจุดยืนต่อคำสั่ง คสช. เพื่อการถ่วงดุลอำนาจของ กสทช. ให้สื่อใช้สิทธิ์สู้ในศาลต่อได้ ไม่ว่าจะเป็นศาลปกครอง ศาลอาญา หรือ ศาลแพ่ง เพราะเป็นการต้องรับผิดชอบกับการใช้อำนาจของรัฐอย่างเป็นธรรมของรัฐ ตามกระบวนการ Rule of Law ปัจจุบัน กสทช. มีอำนาจกำกับสื่อได้อยู่แล้ว แต่ต้องใช้อำนาจอย่างรอบคอบ มีการถ่วงดุล ถ้ามีมาตรา 44 มาปกป้องจะทำให้ กสทช. ใช้อำนาจได้แบบแรงขึ้นอีก

การเมือง

อ่านข่าวการเมืองทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง