นายกฯ เตรียมลงพื้นที่ดูสถานการณ์น้ำที่อยุธยา

หมวดข่าว:การเมือง

วันที่ 04 ต.ค. 59 เวลา 11:15:31 น.

จำนวนผู้ชม : 198

นายกฯ เตรียมลงพื้นที่ดูสถานการณ์น้ำที่อยุธยา
นายกฯ เตรียมลงพื้นที่ดูสถานการณ์น้ำที่อยุธยานายกฯ เตรียมลงพื้นที่ดูสถานการณ์น้ำที่อยุธยานายกฯ เตรียมลงพื้นที่ดูสถานการณ์น้ำที่อยุธยานายกฯ เตรียมลงพื้นที่ดูสถานการณ์น้ำที่อยุธยา

นายกรัฐมนตรี หงุดหงิดหลังผู้ประกอบการสินค้าโอทอปตอบคำถามจุดเด่นสินค้าไม่ได้ พร้อมปฏิเสธตอบคำถามแนวทางการบริหารจัดการน้ำก่อนลงพื้นที่ดูสถานการณ์น้ำที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชัยนาท พรุ่งนี้

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์สินค้า ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ที่กระทรวงคมนาคม นำมาจัดบูธก่อนเปิดตลาด ในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ โดยนายกรัฐมนตรี มีอารมณ์หงุดหงิดหลังพูดคุยกับผู้ประกอบการปลาสลิดแปรรูปที่ไม่สามารถตอบคำถามจุดเด่นของสินค้าให้แตกต่างจากรายอื่น รวมถึงแพ็คเก็จของสินค้า ว่าหน่วยงานราชการจะต้องเข้าไปช่วยทำความเข้าใจ เพราะสิ่งที่รัฐบาลคิดกับสิ่งที่ผู้ประการทำยังไม่สอดคล้องไปพร้อมกัน ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องช่วยกันในการบูรณาการให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ สามารถแข่งขันในตลาดได้

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ปฏิเสธตอบคำถามเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการน้ำ และเยียวยาชดเชยค่าเสียหายพื้นการเกษตร ทั้งนี้วาระการประชุม ครม.วันนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะรายงานสถานการณ์น้ำ และพื้นที่การเกษตรที่เสียหายจากน้ำท่วมให้ ครม.รับทราบ ก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดชัยนาท และ พระนครศรีอยุธยา ในวันพรุ่งนี้ ส่วนการชดเชยเยียวยาค่าเสียหายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี จะแจ้งที่ประชุม ครม.รับทราบรายชื่อผู้แทนพิเศษ หรือ ครม.ส่วนหน้า 13 คน เพื่อให้มีผลบังคับใช้ ตั้งงบประมาณ และสำนักงาน ร่วมถึงคณะทำงาน ส่วนค่าตอบแทน พลเอก วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้กำหนดตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ ต้องจับตาว่าที่ประชุม ครม.จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ หรือ กบช. ตามที่กระทรวงการคลังเสนอหรือไม่ ซึ่งเนื้อหาของกฎหมายจะบังคับให้ผู้ประกอบการทุกราย ตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้กับลูกจ้าง เบื้องต้น จะบังคับกับผู้ประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 100 รายขึ้นไปก่อน เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี อัตราแรกเริ่มจะอยู่ที่ประมาณ ร้อยละ 3 % โดยจะให้นายจ้างและลูกจ้างจ่ายสมทบเงินเข้ากองทุนฝ่ายละ 3% ในช่วง 3 ปีแรก และ จะเพิ่มเป็นฝ่ายละ 5% และ 7% ในปีถัดไป และกฏหมายฉบับนี้ยังยกเว้นให้ผู้ที่มีรายได้ไม่ถึง 10,000 บาท ไม่ต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน แต่ให้นายจ้างจ่ายเพียงฝ่ายเดียว

การเมือง

อ่านข่าวการเมืองทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง