ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

สื่อออนไลน์ค้านกฎหมายคุมสื่อ

หมวดข่าว:การเมือง

วันที่ 01 พ.ค. 60 เวลา 10:59:37 น.

จำนวนผู้ชม : 149

กรุณารอสักครู่...

เนื้อหาของพ.ร.บ.คุ้มครองสื่อฯ ที่ถูกนำเสนอผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เจ้าของเว็บไซต์ บล็อกเกอร์ แอดมินแฟนเพจ ออกมาเคลื่อนไหว บอกว่าไม่ใช่สื่อมวลชน โดยคัดค้านแนวคิด และการเหมารวมทุกคนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน เพราะถ้านับรวมทั้งหมดจะเกิดปัญหา และความวุ่นวายตามมา  

ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ไปพูดคุยกับ พล.อ.อ.คณิต สุวรรณเนตร ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ บอกว่าประเด็นนี้ต้องอิงจากคำจำกัดความของผู้ประกอบวิชาชีพสื่อที่เขียนไว้ คือ ผู้ที่ปฏิบัติการเป็นประจำแล้วมีรายได้ประจำจึงเข้าข่าย แต่ถ้าการส่งข้อมูลไปตามปกติแล้วไม่มีรายได้ถือว่าไม่เกี่ยว ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีเปลี่ยนไปไกล ทุกประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ มีการดำเนินธุรกิจทางอิเล็กทรอนิกส์จึงต้องเขียนไว้ให้ครอบคลุม เพราะหากไม่เขียน สุดท้ายแล้วกระทรวงพาณิชย์ต้องเขียน จะต้องทำให้เป็นสากล 

ขณะที่ พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่มีความชำนาญด้านนี้เป็นพิเศษ บอกชัดเจนว่าถ้านำเสนอข้อมูล และแสดงความคิดเห็นโดยใช้ช่องทางต่างๆบนสื่อสังคมออนไลน์ ถือเป็นสิทธิพลเมืองที่สามารถทำได้ แต่ถ้าเมื่อใดที่มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ถือว่าเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน เข้าข่ายตาม ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ทั้งหมด

- ทุกสื่อสังคมออนไลน์ที่ยกมาเป็นตัวอย่าง เป็นสื่อที่ได้รับความนิยม แต่ก็เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น
- คนที่เล่นสื่อสังคมออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ยูทูป อินสตาแกรม เขียนบล็อก ทวิตเตอร์ เว็บไซต์ต่างๆ และอื่นๆ โดยไม่มีรายได้ สามารถทำได้ตามปกติ เป็นประชาชนคนทั่วไปจะโพสต์ข้อมูล แสดงความคิดเห็น ทำได้เต็มที่เป็นสิทธิที่ทำได้
- แต่คนที่เล่นสื่อสังคมออนไลน์เหล่านี้ โดยมีรายได้ทั้งรายได้ประจำ และรายได้ทางอ้อม เช่น โฆษณาแฝง ถือว่าเข้าข่ายตามพ.ร.บ.ฉบับนี้ นับว่าเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนทั้งหมด ถามว่านับเฉพาะการนำเสนอข้อมูลข่าวหรือเปล่า พล.ต.ต.พิสิษฐ์ บอกกับทีมข่าวว่า ไม่ใช่เฉพาะข่าว

นักข่าว(พชรปพล) จึงงยกตัวอย่างว่าถ้าไม่ใช่ข่าวแล้วนับรวมอะไรอีก อาทิ รายการทำอาหาร รายการท่องเที่ยว ซึ่งมีเนื้อหาที่ไม่ใช่ข่าวแต่ถูกนำเสนอผ่านแฟนเพจ ยูทูป เว็บไซต์ โดยมีรายได้เกิดขึ้น นับว่าเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชน ตามร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้หรือไม่ พล.ต.ต.พิสิษฐ์ บอกว่านับเข้าข่ายเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชน เพราะมีรายได้  ถามว่าแฟนเพจที่เกิดขึ้นใหม่ๆมีผู้ติดตามเยอะ มีคนไปร้องเรียน มีการหยิบเนื้อหาที่เป็นข่าวมานำเสนอ เข้าข่ายด้วยหรือไม่ พล.ต.ต.พิสิษฐ์ บอกว่าถ้าไม่มีรายได้ก็ถือเป็นสิทธิที่สามารถนำเสนอข้อมูลแสดงความคิดเห็นได้ แต่ถ้าทราบว่ามีรายได้เกิดขึ้น มีผลประโยชน์ ก็เข้าข่าย

ทีมข่าวเดินทางไปพูดคุยกับ ดร.มานะ ตรีรยาภิวัฒน์ ที่ปรึกษาวิชาการสมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ และคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บอกว่าร่างกฎหมายฉบับนี้มีความคลุมเครือตั้งแต่ตัวนิยามที่ให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ตีความหมายรวมถึงคนที่ใช้สื่อใหม่ สื่อออนไลน์ ซึ่งทำให้เกิดปัญหาตามมา 

ดร.มานะ บอกด้วยว่าอีกด้านหนึ่งของร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ สะท้อนให้เห็นว่าสื่อมวลชนจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น ที่ผ่านมาสื่ออาจหย่อนยานในเรื่องนี้จริง มีปัญหาเรื่องจริยธรรม และไม่สามารถควบคุมดูแลกันเองได้จริง ขณะเดียวกันต้องไปเพิ่มพลังที่กลุ่มผู้บริโภค ให้คนเสพสื่อจับจ้อง รู้เท่าทัน ซึ่งจะถ่วงดุลได้ ส่วนภาครัฐก็มีกฎหมายเดิมอยู่แล้ว คือ กฎหมายอาญา พ.ร.บ.คอมฯ ซึ่งสามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่ง เพียงแต่ต้องใช้ให้จริง ตรวจสอบจริง เร็วกับสถานการณ์จริง แต่ถ้ายังปล่อยปะละเลยแล้วใช้กฎหมายใหม่ จะยิ่งก่อให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อน

การเมือง

อ่านข่าวการเมืองทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง