พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นายกฯ ห่วงคนไทยติดกับดัก ลั่นไม่ชอบคำพูด"ขู่-จ้อ-โม้"

หมวดข่าว:การเมือง

วันที่ 13 ก.พ. 59 เวลา 12:57:39 น.

จำนวนผู้ชม : 397

กรุณารอสักครู่...

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อคืนที่ผ่านมา ระบุว่า การปฏิรูปต้องมีการประสานสอดคล้องกันทั้งหมด ตั้งแต่ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทุก 5 ปี ตนได้สั่งการให้จัดทำแผนผังความสัมพันธ์แม่น้ำ 5 สายของ คสช.ขึ้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจง่ายๆ ส่วนประเด็นร่างรัฐธรรมนูญ อยากให้นึกถึงปัญหาประเทศ จะนึกถึงประชาธิปไตยอย่างเดียวไม่ได้ทั้งหมด ถ้าประชาชนคิดเองยังไม่ได้ ไม่ทำความเข้าใจ แล้วให้บรรดานักเคลื่อนไหวทั้งหมด หรือให้นักการเมืองที่ไม่ดีมาชี้นำประเทศ คงไม่หลุดพ้นกับดักประชาธิปไตย  กับดักประเทศ ที่มีรายได้ปานกลาง กับดักความล้มเหลว เผยไม่ชอบ  2 คำ คือ ขู่ หรือ จ้อ โม้ตนเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นทหาร ผู้บัญชาการทหารบกเก่า เป็นหัวหน้าคณะปฏิรูป ไม่ใช่หมู หมา กา ไก่ 

ขณะที่เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 8/2559 เรื่องการบริหารจัดการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษาภาครัฐและภาคเอกชน ระบุว่า เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการในกระทรวงศึกษาธิการเกิดประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงศึกษาธิการในการรวมการบริหารจัดการสถานศึกษาอาชีวศึกษา ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน และมีความคล่องตัวยิ่งขึ้น เป็นกรณีจําเป็นเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปในด้านการศึกษา อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ให้โอนบรรดาอํานาจหน้าที่ของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ในส่วนที่เกี่ยวกับการดําเนินงานโรงเรียนในระบบ ประเภทอาชีวศึกษา ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และของข้าราชการ พนักงานราชการ
และลูกจ้างของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ในส่วนที่เกี่ยวกับการดําเนินงานโรงเรียนในระบบ ประเภทอาชีวศึกษา ตามที่ บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน ไปเป็นอํานาจหน้าที่ของสํานักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ หรือของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของ
สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ แล้วแต่กรณี
 
ข้อ ๒ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากําลังของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ในส่วนที่เกี่ยวกับการดําเนินงานโรงเรียนในระบบ ประเภทอาชีวศึกษา ตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน ไปเป็นของสํานักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ทั้งนี้ ตามบัญชีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศกําหนด
 
ข้อ ๓ บรรดาอํานาจหน้าที่ของเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และพนักงานเจ้าหน้าที่ของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ในการอนุญาต การมอบหมาย หรือการปฏิบัติการอื่นตามกฎหมายว่าด้วย โรงเรียนเอกชนในส่วนที่เกี่ยวกับการดําเนินงานโรงเรียนในระบบ ประเภทอาชีวศึกษา ให้โอนไปเป็น
อํานาจหน้าที่ของเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของสํานักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ แล้วแต่กรณีในการมอบหมายตามวรรคหนึ่ง เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาจะมอบหมาย ให้ผู้ดํารงตําแหน่งอื่นแทนการมอบหมายให้ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาก็ได้
 
ข้อ ๔ บรรดาบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คําสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีใดที่อ้างถึงสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ หรือข้าราชการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริม การศึกษาเอกชนดังกล่าว ในส่วนที่เกี่ยวกับการดําเนินงานโรงเรียนในระบบ ประเภทอาชีวศึกษาตามกฎหมาย ว่าด้วยโรงเรียนเอกชน ให้ถือว่าอ้างถึงสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ หรือข้าราชการหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาดังกล่าว แล้วแต่กรณี
 
ข้อ ๕ บรรดาใบอนุญาตที่ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบประเภทสามัญศึกษา หรืออาชีวศึกษา และได้รับอนุญาตให้จัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรการอาชีวศึกษา หรือหลักสูตร สามัญศึกษา แล้วแต่กรณีด้วย ให้ผู้รับใบอนุญาตมีสิทธิดําเนินการต่อไปตามที่ได้รับอนุญาต และให้ สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ หรือสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริม การศึกษาเอกชน สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ แล้วแต่กรณีดําเนินการออกใบอนุญาต ให้ใหม่ตามที่จําเป็นโดยเร็ว
 
ข้อ ๖ บรรดาคําขออนุญาตหรือคําขออื่นใดในส่วนที่เกี่ยวกับการดําเนินงานโรงเรียนในระบบ ประเภทอาชีวศึกษา ที่ได้ยื่นไว้ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนก่อนวันที่คําสั่งนี้ใช้บังคับ ให้เป็นอันใช้ได้ และให้สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ส่งมอบให้เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเพื่อดําเนินการต่อไป
 
ข้อ ๗ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคําสั่งนี้ ให้เป็นไปตามคําวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ
 
ข้อ ๘ คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

การเมือง

อ่านข่าวการเมืองทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง