"มีชัย"ย้ำไม่มีองค์กรพิเศษควบคุมช่วงเปลี่ยนผ่าน

หมวดข่าว:การเมือง

วันที่ 25 ก.พ. 59 เวลา 15:49:12 น.

จำนวนผู้ชม : 259

ประธาน กรธ.ย้ำรัฐบาลไม่ได้เสนอให้มีองค์กรพิเศษเข้ามาควบคุมบ้านเมืองในช่วงเปลี่ยนผ่าน เป็นเพียงคำแนะนำให้เกิดความยืดหยุ่นเท่านั้น ขณะที่ กกต.เตรียมเสนอแก้ รธน.ชั่วคราว ยึดเสียงข้างมากผู้มาออกเสียงประชามติร่าง รธน.

นายมีชัย ฤชุพันธ์ุ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ.กล่าวถึงการหารือกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เช้าวันนี้ว่า เพื่อขอความชัดเจนถึงข้อเสนอปรับแก้ร่าง รธน.ของรัฐบาล ที่อยากให้มีกลไกช่วงเปลี่ยนผ่านระยะเวลา 5 ปี ว่า เจตนารมณ์กลไกเปลี่ยนผ่านดังกล่าว เป็นเพียงคำแนะเพื่อให้เกิดความยืดหยุดเท่านั้น ไม่ใช่ต้องการให้มีองค์กรที่มีอำนาจพิเศษเข้ามาควบคุมบ้านเมือง แต่เป็นกลไกเปลี่ยนผ่านตามกฎหมาย ซึ่งได้กำหนดไว้แล้วในร่างรัฐธรรมนูญ

โดยเฉพาะในบทเฉพาะ ที่กำหนดว่าองค์กรใดมีหน้าที่ต้องทำอะไรในระยะเวลาเท่าใดบ้าง หรือ อาจจะให้รัฐบาลปัจจุบันทำอะไร รัฐบาลใหม่สานต่ออย่างไร หลังร่างรัฐธรรมนูญบังคับใช้ เป็นกลไกบังคับให้รัฐบาลใหม่ต้องสานงานต่อ ซึ่งหากไม่ทำอาจจะมีบทกำหนดโทษ 


นายมีชัย ยืนยันว่าจะไม่ร่าง รธน.ให้มีองค์กรที่มีอำนาจเหนือรัฐบาลขึ้นมาอย่างแน่นอน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ คสช.และ รัฐบาล จะมีอายุอยู่ไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ไม่กำหนดให้ คสช.ใช้อำนาจเหนือรัฐบาลในช่วงเลือกตั้งอย่างแน่นอน ส่วนระยะเวลา 5 ปี ที่นายกรัฐมนตรีเสนอนั้น เป็นเพียงระยะเวลาการปฏิรูปเท่านั้น ที่ยังเว้นว่างไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ 

ส่วนข้อเสนอของรัฐบาลให้ ส.ว.ชุดแรก มาจากการสรรหาโดย คสช.นั้น ยังไม่ขอออกความเห็นเพราะยังพิจารณาไปไม่ถึง

ด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการ กกต.เปิดเผยผลการหารือกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี วันนี้ ว่าได้ปรึกษาหารือประเด็นการออกเสียงประชามติในด้านข้อกฎหมาย ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวอย่างไรให้ง่ายในการดำเนินการ และเกิดความชัดเจนโดยไม่ต้องตีความในภายหลัง

โดยที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 ให้ถือเสียงส่วนมากของผู้มาออกเสียงประชามติ เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการประกาศผลการออกเสียง รวมถึง จะยกเลิกเกณฑ์ที่ กกต.ต้องแจกจ่ายร่างรัฐธรรมนูญให้ครัวเรือนของผู้มีสิทธิออกเสียงไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 โดยจะเปลี่ยนเป็นภายหลังที่ กรธ.ส่งร่างให้ครม.และ สนช.แล้ว จะสรุปสาระสำคัญให้ กกต.เพื่อให้ กกต.จัดการออกเสียงประชามติ ภายในไม่น้อยกว่า 90 วัน แต่ไม่เกิน 120 วัน ซึ่งจะยังใกล้เคียงกับกำหนดวันเดิม หรือ ประมาณ 31 กรกฎาคม 59 แต่อาจเลื่อนไปอีกได้ไม่เกิน 7 วัน

นอกจากนี้ จะเปลี่ยนคุณสมบัติผู้มีสิทธิออกเสียง ให้เป็นผู้ที่มีอายุครบ 18 ปี ภายในวันออกเสียงประชามติ จากเดิมที่กำหนดให้ครบ 18 ปี ภายในวันที่ 1 มกราคม ในปีที่มีการลงประชามติ เพื่อเป็นการขยายฐานผู้มีสิทธิให้มากขึ้น

ส่วนการจัดพิมพ์ร่างประชามติ จะเป็น 3 รูปแบบ คือ ฉบับเต็ม 1.2 ล้านฉบับ แจกในจุดที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย เช่น ห้องอ่านหนังสือประจำหมูบ้าน ที่ทำงานกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ฉบับสรุปสาระสำคัญไม่เกิน 20 หน้า จัดพิมพ์ 6 ล้านฉบับ จะแจกจ่ายให้ประชาชนที่ต้องการในจุดต่างๆ และ สรุปย่อสาระสำคัญ 17 ล้านฉบับ จะจัดส่งให้ทุกครัวเรือนที่มีผู้มีสิทธิออกเสียง โดยจะลดงบประมาณการจัดพิมพ์จาก 800 ล้านบาท เหลือ 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณที่รวมถึงวิธีการเผยแพร่อื่นๆด้วย เช่น เว็บไซต์ และแอพพลิเคชั่นมือถือ

ส่วนรักษาความเรียบร้อยจะใช้หลักเกณฑ์ตามกฎหมายเดิม โดย กกต.จะจัดเวทีกลางให้รณรงค์ทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อให้กระบวนการลงประชามติเป็นที่ยอมรับของประชาชน โดยยืนยันว่าการรณรงค์ไม่รับร่างสามารถทำได้แต่ต้องไม่เป็นเครื่องมือทางการเมือง สร้างความได้เปรียบเสียเปรียบ เอื้อผลประโยชน์ หรือ ใช้คำเท็จให้เกิดความแตกแยก โดยไม่ได้เป็นหลักกฎหมายใหม่ที่แตกต่างจากที่ผ่านมา ซึ่งการกำหนดบทลงโทษขึ้นอยู่กับคณะรัฐมนตรี ว่าจะออกเป็นคำสั่ง คสช.พระราชกำหนด หรือ พระราชบัญญัติ แต่จะกำหนดโทษให้กับทุกฝ่ายเหมือนกัน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐ หรือ กกต.จะต้องรับโทษหนักกว่าบุคคลทั่วไป และ ผู้ขัดขวางจะต้องรับผิดทางแพ่งด้วย ส่วนการใช้หน่วยราชการ รณรงค์ให้ข้อเท็จจริงสามารถทำได้ แต่ต้องไม่เป็นการชี้นำให้รับหรือไม่รับร่าง รธน.

การเมือง

อ่านข่าวการเมืองทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง