จาก"สะเมิง"สู่"สเปอร์ส"

หมวดข่าว:กีฬา

วันที่ 17 ต.ค. 60 เวลา 10:50:40 น.

จำนวนผู้ชม : 610

จั่วเรื่องแบบนี้เชื่อว่าผู้อ่านคงต้องจินตนาการหลายต่อทีเดียวว่า"สะเมิง"กับ"สเปอร์ส"มาเกี่ยวกันได้อย่างไร ภาพอำเภอที่มีเนินเขาสุดลูกหูลูกตา แหล่งสตรอว์เบอร์รี่ช่วงฤดูหนาวของเมืองเชียงใหม่ มันห่างไกลกับ"ไวท์ ฮาร์ท เลน"บ้านของทีมไก่เดือยทองที่กรุงลอนดอนแบบสุดขั้ว เดี๋ยวขยายความครับ ขอเริ่มจากที่มาก่อน


สัปดาห์ที่แล้วผมมีโอกาสไปทำข่าวแคมป์ฟุตบอลเยาวชนที่มีชื่อยาวเหยียดว่า "เอไอเอ-ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส อีลิท ฟุตบอล เทรนนิ่ง แคมป์ 2017" เอไอเอประเทศไทยร่วมกับสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส เปิดฟุตบอลแคมป์ที่ธัญญปุระ สปอร์ตคลับ จังหวัดภูเก็ต ให้เด็กไทยมีโอกาสฝึกฟุตบอลกับสตาฟโค้ชของสเปอร์

สำหรับคนที่ไม่คุ้นชื่อ "ธัญญปุระ" อธิบายสั้นๆ ว่าที่นี่คือ "รีสอร์ทกีฬา" เป็นของดีระดับโลกที่นักกีฬาดังๆ อย่าง มาเรีย ชาราโปว่า, ทีมว่ายน้ำโอลิมปิกหลายชาติในยุโรป และนักไตรกีฬาระดับโลก ใช้เป็นที่ปักหลักฝึกซ้อมแบบซุ่มเงียบ รีสอร์ทเปิดมาสิบกว่าปีแล้วแต่ทำประชาสัมพันธ์ในประเทศน้อยมาก อาจเป็นเพราะมุ่งเจาะลูกค้าต่างชาติ

จริงๆ ทริปนี้ผมสนใจอยากไปเห็นธัญญปุระมากกว่าฟุตบอลแคมป์ด้วยซ้ำ สารภาพกันตรงๆ เพราะฟุตบอลแคมป์แบบนี้ในบ้านเราจัดมาเยอะแล้ว แต่อาจเป็นโครงการของสโมสรกับผู้สนับสนุนรายอื่น พอจะเดาทางออก


ที่ภูเก็ตผมได้พบกับ แอนตัน แบล็ควู้ดส์ และ แดเนี่ยล มิทเชล โค้ชจากสเปอร์ทำหน้าที่ควบคุมการฝึกสอน แอนตัน เคยเล่นทีมเยาวชนของสโมสรรุ่นไล่ๆ กับแฮรี่ เคน ดาวยิงที่ดังเป็นพลุแตกในเวลานี้ โค้ชทั้งคู่ยังหนุ่มแน่นอายุประมาณ 20 ปลายๆ เดาว่าต่างก็เจอ"ทางตัน"ในเส้นทางนักเตะเลยผันตัวมาเป็นโค้ชทำงานให้สโมสร ปัจจุบันทั้งสองคนมีดีกรีโค้ชระดับ"บี ไลเซ่น"

พอมีโอกาสได้พูดคุยผมยิงคำถามแบบตรงไปตรงมาทันที

คำถามแรก : คุณมาขายฝันหรือเปล่า? ผมเคยเห็นผู้สนับสนุนหลายรายจับมือกับสโมสรในอังกฤษ ทำโครงการปั้นเด็กไทยไปพรีเมียร์ลีก แต่เฟ้นยังไงก็ไม่เจอ...

คำถามสอง : ฝึกสัปดาห์เดียวเด็กจะได้อะไร นอกจากความสะดวกสบายในที่พักระดับห้าดาว

แอนตัน บอกว่าเขาอยากเอาประสบการณ์ของตัวเองมาแชร์ให้เด็กๆ ได้รับรู้ ไม่หวังถึงขั้นจะมีใครไปเล่นในพรีเมียร์ลีก เพราะเป็นเรื่องที่ยากมาก คนที่โตมากับฟุตบอลอังกฤษอย่างเขายังไปไม่ถึง ผมได้ยินแล้วรู้สึกว่าเขามีความเป็นครูและบริสุทธิ์ใจดี


แอนตันต้องการให้ลูกศิษย์ในแคมป์รู้ว่าสโมสรในอังกฤษมีวิธีฝึกนักเตะอย่างไร เขาเชื่อว่าเยาวชนทุกชาติมีพื้นฐานฟุตบอลใกล้เคียงกัน แตกต่างที่ได้รับการ"โคชชิ่ง"หรือคำแนะนำที่ถูกต้อง

แดเนี่ยล เสริมว่าการเป็นนักฟุตบอลอาชีพไม่ได้อยู่ที่ 90 นาทีในเกมส์หรือ 2-3 ชั่วโมงในสนามซ้อม แต่มันอยู่กับเรา 24 ชั่วโมง เริ่มจากเด็กๆ ต้องมีระเบียบวินัยในการใช้ชีวิต รู้ว่าควรทานอะไร พักผ่อนตอนไหน แบ่งเวลาเล่นและเรียนให้สมดุลอย่างไร สิ่งที่เด็กได้เรียนรู้จากแคมป์นี้สามารถนำไปในชีวิตประจำวันได้ทันทีไม่ว่าอนาคตจะประกอบอาชีพอะไร


ทั้งสองคนเชื่อว่าเวลาเจ็ดวันไม่ทำให้ใครเก่งขึ้น แต่เด็กๆ จะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตแบบนักเตะอาชีพ ฟุตบอลแคมป์ของสเปอร์ในครั้งนี้จึงมีทั้งภาคปฏิบัติในสนามและภาคทฤษฎีในห้องเรียน เป็นหลักสูตรเดียวกับที่ทีมเยาวชนอายุ 13-14 ปีของสเปอร์ได้เรียนรู้ที่อังกฤษ แต่ย่อคอร์สให้สั้นลงเหลือ 7 วัน

เป็นคำตอบที่"แฟร์"ถึงตรงนี้ผมอยากรู้ว่าเขาจะสอนอะไร และเริ่มสนใจกับแคมป์ฟุตบอลมากกว่าธัญญปุระ


ผมเชื่อว่าบ้านเรามีนักฟุตบอลจำนวนมากที่ไม่ได้รับการฝึกสอนอย่างถูกต้องโดยเฉพาะช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อจากเด็กสู่วัยรุ่น เราเติบโตมากับหลักสูตรวิชาพละศึกษาสัปดาห์ละ 1 คาบ มีครูพละคนเดียวสอนทั้งฟุตบอล, ว่ายน้ำ, กระบี่กระบอง, ยิมนาสติก ฯลฯ ในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วจะมีโค้ชกีฬาที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โค้ชเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสักยภาพนักกีฬาเยาวชนสู่ระดับอาชีพ

ตัวอย่างล่าสุดเห็นชัดๆ คือไอซ์แลนด์ ประเทศเมืองหนาวขนาดย่อมที่มีประชากรเพียงสามแสนกว่าคน แต่ได้ไปเล่นบอลโลกในปีหน้า หลายคนไม่รู้ว่าไอซ์แลนด์มีโค้ชฟุตบอลระดับ"เอ ไลเซ่น"(สูงกว่าแอนตันและแดเนี่ยล) ถึง 300 คน เทียบเป็นอัตราส่วนต่อประชากรทุกๆ 1,000 คนประเทศของเขาจะมีโค้ช"เอ ไลเซ่น"1 คน ในขณะที่ประเทศไทยมีโค้ช"เอ ไลเซ่น"ไม่ถึง 100 คน แต่ประชากรทะลุ 68 ล้านไปแล้ว ความรู้จะกระจายทั่วถึงได้อย่างไร?

นี่คือความสำคัญของ"โค้ชชิ่ง"

งานนี้ถือว่าเด็กๆ 24 คนที่ผ่านการคัดเลือกจากทั่วประเทศมาเก็บตัวที่ธัญญปุระโชคดีมากๆ เพราะปีนี้โครงการเอไอเอฟุตบอลคลินิกได้รับความสนใจจากเยาวชนกว่า 2,000 คน



หนึ่งในนักเตะที่ผ่านการคัดเลือกคือ ด.ช.ชวลิต ขันนารักษ์ หรือ "คูณ" เด็กดอยจากอำเภอสะเมิง พระเอกจากหัวเรื่องที่เกริ่นไว้ตอนต้น คูณเป็นเด็กตัวใหญ่มีทักษะฟุตบอลดีจึงเป็นเป้าสายตาอันดับต้นๆ ที่โค้ชฝรั่งให้ความสนใจเป็นพิเศษ

สำหรับคูณอย่าว่าแต่ฝึกฟุตบอลกับฝรั่งเลย น้ำทะเลเขายังไม่เคยเห็น จากเชียงใหม่มานี่ก็ขึ้นเครื่องบินเป็นครั้งแรก ทริปนี้จึงเป็นการเปิดหูเปิดตาคูณอย่างแท้จริง

คูณทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมและมีระเบียบวินัยสูง เขาอาจจะเขินหรือเป็นเด็กพูดน้อยอยู่แล้ว แต่ประโยคสั้นๆ ของคูณก็ดูมีน้ำหนัก แสดงให้เห็นความคิดความอ่านที่โตเกินตัว

คูณบอกว่าแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาสนใจฟุตบอลคือ "เจ้าอุ้ม"ธีราทร บุญมาทัน เนื่องจากเล่นตำแหน่งกองหลังเหมือนกัน ความฝันของเขาคือได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพของสโมสรเมืองทองฯ ได้ยินประโยคนี้แล้วต้องอมยิ้ม ไม่ใช่เพราะผู้เขียนเป็นแฟนเมืองทองฯ แต่เป็นคำตอบที่แสดงให้เห็นความซื่อใสของเจ้าคูณ

คำถามนี้เชื่อว่าถามเด็กกรุงเทพฯส่วนใหญ่จะตอบว่าฮีโร่คือโรนัลโด้หรือเมสซี่ แล้วฝันอยากเป็นนักเตะแมนยูไม่ก็ลิเวอร์พูล...แต่คูณไม่ใช่เด็กฟุ้ง เขาอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับโอกาสที่มีทางเป็นไปได้

ถามว่ามานี่ได้เรียนรู้อะไรบ้าง คูณบอกว่าเยอะครับ ค่อยๆ เอาคำตอบของเขามาประติดประต่อกันรวมใจความว่า : ได้วิธีการฝึกซ้อมใหม่ๆ ไม่เหมือนเตะบอลที่บ้านนอก ได้เรียนรู้ทักษะการเคลื่อนที่หาช่องว่าง การเอาชนะคู่ต่อสู้แบบตัวต่อตัว ซึ่งไม่เคยฝึกจริงจังแบบนี้มาก่อน

จากที่เคยวิ่งเตะบอลแบบเอามันส์ การได้เรียนรู้ภาคทฤษฎีในห้องเรียนแล้วนำมาปฏิบัติจริงในสนามทำให้คูณเข้าใจ "ศาสตร์ฟุตบอล" มากขึ้น เขาได้จดบันทึกวิธีการฝึกซ้อมรูปแบบต่างๆ แล้วสัญญาว่าจะกลับไปฝึกกับเพื่อนที่สะเมิงด้วย


สำหรับเด็กต่างจังหวัดอย่างคูณปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกความประทับใจที่ไม่เคยพบมาก่อนคือความเป็นอยู่ในรีสอร์ทระดับห้าดาวที่สะดวกสบายเหลือเกิน เรื่องนี้คูณบอกว่าได้บทเรียนที่ดีจากโค้ชด้วย เพราะมื้อแรกๆ โค้ชปล่อยให้ทานอาหารแบบเต็มที่ ของดีๆ ทั้งนั้น เด็กทุกคนเลยทานเหมือนมาเที่ยว ซัดกันเต็มเหนี่ยว สุดท้ายจุกจนวิ่งไม่ออก

โค้ชได้สอนให้รู้จักการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ และทานเพื่อเอาพลังงานไปใช้ ไม่ใช่ทานแบบสนุกปาก แม้จะอยู่ในรีสอร์ทที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เราต้องเตือนตัวเองให้ใช้ชีวิตแบบนักกีฬาอาชีพเสมอ


จบหลักสูตรคูณเป็น 1 ใน 2 นักเตะที่ได้รับรางวัล"Player of the week"(ผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดในแคมป์) จากการคัดเลือกของโค้ชแอนตันและโค้ชแดเนี่ยล เป็นรางวัลที่น่าจะทำให้เด็กจากสะเมิงคนนี้มุ่งมั่นฝึกซ้อมเพื่อเดินทางไปสู่เป้าหมายที่เขาฝันไว้

ผมอยากเห็น"ผู้ใหญ่ใจดี"หลายๆ ท่านที่ทำธุรกิจกับสโมสรระดับโลก เปิดโอกาสให้เด็กอย่างคูณได้มีประสบการณ์แบบนี้ ไม่ต้องไปไกลถึงอังกฤษ ไม่ต้องขายฝันว่าเด็กไทยจะได้ไปค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก เพราะโลกแห่งความจริง ณ.เวลานี้"สะเมิง"กับ"สเปอร์ส"มันไกลเกินไปครับ ฝันไกลพอไปไม่ถึงแล้วมันท้อ เอาฝันใกล้ๆ ที่เป็นจริงได้แต่ไม่หยุดฝันกันดีกว่าเพราะ"Real Dream Never Stop"



กฤษฎิน สุวรรณบุปผา

กีฬา

อ่านข่าวกีฬาทั้งหมด

APP ของเรา โหลดเลย!

Application Krobkruakao Android

Krobkruakao

Application Krobkruakao IOS Application Krobkruakao Android
Application Ch3Thailand Android

Ch3Thailand

Application Ch3Thailand IOS Application Ch3Thailand Android
Application 3LIVE Android

3Live

Application 3LIVE IOS Application 3LIVE Android

รายการข่าวย้อนหลัง